+66 81 692 3961
info@blastmag.com


Counterclockwise : Road to Japan  


 2016-09-20 15:06:57

    

Counterclockwise : Road to Japan - One Music Camp Festival 2016 

 

ในช่วงเวลาปีและสองปีนี้ วงการเพลงอินดี้-อันเดอร์กราวด์ไทยเราเริ่มมีความคึกคักในการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมทางดนตรีถึงกันไปยังต่างประเทศไม่ว่าจะสไตล์ทางดนตรีแบบไหนก็ตาม บางทีก็นำวงจากต่างประเทศนั้นๆมาเล่นบ้านเรา บ้างก็ฝ่ายของเราไปเล่นร่วมกับเขาทั้งในทวีปเอเชียและยุโรป กันชื่นมื่น และมากขึ้นเรื่อยๆ เป็นการตอกย้ำว่าดนตรีนั้นไม่มีพรมแดนที่จะแลกเปลี่ยนกันจริงๆ

 

“ประเทศญี่ปุ่น” ก็เป็นหนึ่งในนั้นที่มีทั้งศิลปินฝั่งแดนอาทิตย์อุทัยมาเล่น หรือ เขาชวนศิลปินไทยเราไปเล่นที่นั่นร่วมกับเขาที่ผ่านมาก็มีไม่น้อยและหลากหลายสไตล์แนวทาง หลากหลายงาน ทั้งไปเล่นงานทัวร์ในสถานที่ที่เรียกว่า “ไลฟ์เฮาส์” ก็ดี หรือแม้กระทั่ง แบบเล่นในเทศกาลดนตรีก็มีไม่น้อย และแบบอีเว้นท์คอนเสิร์ตก็เพียบ ในรอบปีที่ผ่านมาที่ Blast พอจำได้ก็จะมีเช่น  Desktop Error, Yellow Fang, Jelly Rocket, Slot Machine, Triggs & the Longest Day, The Drivers, Stoondio, Aire และวงอื่นๆอีกมากมายเหลือคณานับ ในทุกๆแนวทางดนตรี ที่สำคัญพวกเขานั้นเล่นต่อหน้าผู้ชมชาวญี่ปุ่นกันจริงจัง และร่วมเล่นในซีนของวงท้องถิ่นจริงจัง ไม่ใช่ปาร์ตี้งานคนไทยจัดแบบไพรเวท แบบที่แล้วมา แสดงว่าศิลปินไทยนั้นในสายของชนชาติที่วงการดนตรีแข็งแกร่งไม่เป็นรองผู้ใดในโลกแถมยังมีวงต่างประเทศทุกระดับมาให้ชมอย่างญี่ปุ่น นั้นยอมรับในความน่าสนใจและการนำเสนอของศิลปินไทยมากขึ้นเรื่อยๆ

 

“Counterclockwise” คือวงดนตรีห้าหนุ่ม-สาว ในแนวทาง Alternative rock จากเชียงใหม่ ภายใต้สังกัด Summer Disc คือวงล่าสุด( ณ ขณะที่นิตยสาร Blast ฉบับนี้ตีพิมพ์) ที่เพิ่งกลับมาจากการเล่นและมีส่วนร่วมในเทศกาลดนตรี “One Music Camp” ที่จัดขึ้น ณ เมืองซันดะ จังหวัดเฮียวโก ประเทศญี่ปุ่น  เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2559 ที่ผ่านมา โดยได้รับผลตอบรับอย่างอบอุ่นจากผู้ชมชาวญี่ปุ่น รวมถึงได้ดีล มีผลงานจัดจำหน่ายผลงานอัลบั้มชุดแรกของพวกเขาคือ “Carry On” กับทางสังกัด Donuts Pop Records ของประเทศญี่ปุ่นอีกด้วย ซึ่งตอนนี้ได้วางจำหน่ายไปตามร้านค้าอย่าง Tower Records, HMV, Lawson แล้ว เราจึงเชิญสองสมาชิกตัวแทนของวง Counterclockwise มาพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์การเล่นโชว์ในต่างประเทศครั้งแรกของพวกเขาและเธอกัน โดย ปิ๊ง-สิริโสภา แซ่ลิ่ม (ร้องนำ, เบส) และ อาร์ม-ณัฐวัฒน์ หมวดหยู (กลอง) จะมานั่งนำเสนอแก่ท่านผู้อ่าน Blast ฉบับนี้

 

คำถามแรกเลยที่คิดว่าต้องตอบให้ได้อยู่แล้ว จุดเริ่มต้นในการไปเล่นในญี่ปุ่นเกิดขึ้นได้อย่างไร?

ปิ๊ง: ถ้าย้อนไปจริงๆ มันต้องด้วยประมาณช่วงต้นปี 59 คือ พี่ทอป (เทพ ปิลันธน์ พงษ์พานิช - ผู้บริหารค่ายเพลง Summer Disc) เขาได้ไปพบกับคุณ Yuya Saito ซึ่งเป็นโปรดิวเซอร์ค่ายเพลงที่ญี่ปุ่น คือค่าย Moorworks เขาก็เดินทางมาเมืองไทยทุกปีเพื่อแลกเปลี่ยนดูวงไทยที่น่าสนใจเพื่อนำไปเล่นที่ญี่ปุ่น ปีนี้พิเศษหน่อยเพราะเขามองหาวงจากถิ่นอื่นในไทยที่ไม่ใช่แค่กรุงเทพฯ ว่ามีวงไหนบ้างที่น่าสนใจ แล้วเขาก็มาเชียงใหม่เพราะเห็นว่าที่นี่ศิลปินทำงานผลิตสู่ส่วนกลางได้ชัดเจนมากกว่าหน่อยด้วยแหละ 

อาร์ม: คือคุณยูยะแก มาทำความร่วมมือทางธุรกิจกับทาง “สมาคมนักร้อง นักดนตรี นักแสดง เชียงใหม่ (CMSAA)” ด้วยแหละครับโปรเจคชื่อ Music Matching Business มีหอการค้าเชียงใหม่ร่วมด้วย แล้วเขาก็มองๆดูวงที่น่าสนใจของที่นี่หลายวงหลายแนว

ปิ๊ง: เขาก็ดูเขาก็ฟังหลายวงหลายแนว สุดท้ายเขาก็เลือกพวกเราไปเล่นค่ะ 

อาร์ม: ซึ่งพวกเราก็เซอร์ไพร์สเลยนะว่าเฮ้ยได้ด้วยเหรอ! (หัวเราะ) เราทำอะไรยังไงกันบ้าง

ปิ๊ง: ที่เขาเลือกเพราะเขาได้ซื้ออัลบั้มของพวกเรา “Carry On” ที่ร้านขายซีดีในเมืองไทย แล้วตามดูโปรไฟล์ คลิปของเรา ผลงานของเรามีอะไรบ้าง เคยไปเล่นที่ไหนบ้าง

อาร์ม: ซึ่งเขาละเอียดมาก ใส่ใจและทำความรู้จักกับวงที่เขาเลือกสุดๆ

ปิ๊ง: แล้วทีนี่เนี่ยปกติเขาเป็นคนประสานงานในการนำวงต่างประเทศตามที่ต่างๆ มาทัวร์ในญี่ปุ่นในช่วงเทศกาลดนตรีฤดูร้อนอยู่แล้ว และปีนี้ เขาพาวง Of Montreal จาก อเมริกา ทัวร์เอเชีย แล้วก็วง Mantravine จากสิงคโปร์ ด้วย แล้วก็มีวงเราจากเมืองไทย ทั้งหมดที่ว่ามีเล่นที่ One Music Camp หมดเลย

อาร์ม: ถ้าจะให้หาคำตอบว่าทำไมวง Counterclockwise ถึงได้ไป ก็คงอาจเพราะซาวน์อะไรบางอย่างเป็นที่สนใจของคนญี่ปุ่นก็ได้มั้งครับ 

ปิ๊ง: : ซีดีเราเอาไป 50 แผ่น ขายไปได้ 45 แผ่นนะคะ (ยิ้ม)

อาร์ม: แต่เขาเอาซีดีเวอร์ชั่นขายในญี่ปุ่นกับค่าย Donuts Pop มามอบให้เราอีก 100 แผ่น แล้วบอกว่าเอาไปปล่อยที่เมืองไทยให้ทีและเงินที่ขายได้เป็นของพวกคุณ (หัวเราะทั้งคู่) แต่ก็ขอบคุณครับ

 

ช่วยอธิบายรูปแบบงานเทศกาลดนตรีที่ไปเล่นได้มั้ย ว่า One Music Camp คืออะไรมีรูปแบบยังไง

อาร์ม: เป็นเทศกาลดนตรีขนาดกลางครับ ไม่ใหญ่โตหรือเล็กเกินไป จัดที่เมืองซันดะ จังหวัดเฮียวโก อยู่ในสถานที่เป็นรีสอร์ทแคมป์ชายป่าน่ะครับ เป็นชนบทเลยก็ว่าได้ แต่บรรยากาศร่มรืนดี

อารมณ์คล้ายๆ เทศกาลดนตรี Stone Free Music Festival ของบ้านเรา แต่ร่มรื่นกว่าเพราะมีต้นไม้เต็มไปหมด เขาจัดมาได้เกือบสิบปีแล้ว และปีที่ผ่านมาก็มีวงไทยไปเล่นนะครับ อย่าง Desktop Error นี่ไง

แล้วนำเสนอวงท้องถิ่นญี่ปุ่นที่มีฝีมือและหาดูยาก รวมถึงวงจากต่างแดนที่น่าสนใจ ปีนี้ Of Montreal จากอเมริกา มาเป็น headline กับวง Soda! ของ Tadanobu Asano พระเอกหนังญี่ปุ่นชื่อดัง ที่เป็นนักร้องนำวงนี้ด้วย ก็คือหนึ่งในเฮดไลน์งาน คือเป็นดนตรีท่ามกลางธรรมชาติกับวงดนตรีเด็ดๆ แต่ไม่เรื้อนวายป่วงแบบบ้านเรานะ เพราะที่นั่นคือญี่ปุ่น 

ปิ๊ง: พวกเราเพิ่งได้รู้ว่าทุกช่วงฤดูจะมีเทศกาลดนตรีหลากหลายแนวตามเมืองต่างๆ อย่างช่วงฤดูร้อน งานอย่าง Fuji Rock หรือ Summer Sonic ก็ถือว่าเป็นงานเทศกาลดนตรีประจำฤดูนั้นๆของเมืองนั้นๆ ซึ่งในช่วง 2 เดือนนี้ มีงานเทศกาลดนตรีชุมตลอดไม่ใช่แค่สองงานใหญ่ ที่คนไทยคุ้นเคย แล้วเขาก็แบ่งไปตามแนวตามสไตล์ในแต่ละเมืองท้องที่ด้วย 

อาร์ม: เราก็คิดว่าแบบนี้ไม่ชนกันตายเหรอดึงคนกันเหรอ เราก็เพิ่งได้คำตอบจากแฟนเพลงชาวญี่ปุ่นว่า “ไม่ดึงกันหรอก พวกงานฟูจิ หรือ ซัมเมอร์ ก็ปล่อยให้นักท่องเที่ยวต่างชาติดูไป พวกเราหนีความแออัดมางานอื่นดีกว่า” (หัวเราะทั้งคู่)

ปิ๊ง: ใช่ๆ เพื่อนปิ๊งที่ไปเที่ยว ซัมเมอร์โซนิค ปีนี้ ก็บอกว่า หันไปทางไหนก็ได้ยินเสียงคนไทย นี่โอซาก้า หรือ เมืองทองธานี เนี่ย (หัวเราะ)

อาร์ม: ผมว่าอีกอย่างพวกศิลปินต่างชาติเบอร์ใหญ่ๆ ยังไงๆเขาก็คงมีวางแปลนทัวร์ในญี่ปุ่นแบบต่างหากอยู่แล้วด้วยมั้ง คนญี่ปุ่นเลยคิดว่าพวกเขาดูเมื่อไหร่ก็ได้ 

ปิ๊ง: เอ่อปิ๊งคิดว่ามีงานเทศกาลดนตรีที่เยอะๆหลากหลายก็ดีนะ ศิลปินของญี่ปุ่นก็มีมากมาย และต่างประเทศที่อยากมาปล่อยของด้วย ได้มานำเสนอ วงการเพลงเขาเลยโต

 

ช่วยเล่าทริปในระหว่างที่อยู่ญี่ปุ่นให้ท่านผู้อ่านฟังหน่อย

ปิ๊ง: พวกเราไปถึงโอซาก้า ก่อนงานวันเล่นสองวันค่ะ บอกเลยว่านี่คือครั้งแรกของทุกคนอาจจะยกเว้นพี่ทอปกับการมาประเทศญี่ปุ่น โดยเฉพาะการเล่นคอนเสิร์ตในต่างประเทศนี่ยิ่งแล้วใหญ่ใหม่กันหมด ทุกคน

รวมถึงทีมงานอย่าง น้องบี (ธนายศ ปรางค์จันทร์ -ซาวน์เอนจิเนียร์ ประจำทัวร์ครั้งนี้) ด้วย

อาร์ม: สองวันที่ว่างๆ อย่านึกว่าพวกเรามีแต่เที่ยวเดินเล่นในโอซาก้านะครับ มันก็มีแหละ แต่ระหว่างนั้นเราก็ทำยังไงให้คนรับรู้ว่าวงเล็กๆจากเมืองไทยกำลังมีเล่นในงานเทศกาลดนตรีในเมืองละแวกใกล้เคียงนะ

ปิ๊ง: เราก็เลยทำโปสเตอร์จากเมืองไทยพร้อมแผ่นตัวอย่างเพลงในอัลบั้ม แนบไปแจกที่พวกร้านซีดีท้องถิ่นเช่น Tower Records, Disk Union ยัน บาร์เหล้า แล้วก็ไลฟ์เฮาส์ด้วย ซึ่งบอกเลยว่าเขาซัพพอร์ทช่วยเชียร์มาก ไม่มีตัดรำคาญหรือทำส่งๆให้เราเลยซึ่งก็ถือว่าโชคดีนะเจอกลุ่มคนทำธุรกิจเกี่ยวกับเพลงแล้วเขาช่วยเหลือกันแบบนี้ 

อาร์ม: แต่ก็มีโชคร้ายบ้าง นัส (อรรถกร พงษ์เทอดศักดิ์ -มือกีต้าร์) ดันไปเข้าร้านขายหนังเอวี เพราะนึกว่าเป็นร้านขายแผ่นทั่วไป นี่งงกับมันเลย (หัวเราะ)

ปิ๊ง: (หัวเราะ) ก็ดีนะคะร้านเขาก็บ้าจี้ตามรับของไว้ให้ด้วย  ก็ประมาณนี้ล่ะค่ะ ช่วงสองวันก่อนถึงวันงาน ใครอยากดูเมืองดู ใครอยากช้อปปิ้งไป แต่เราก็ทำงานนำเสนอของเราไปด้วย อย่างน้อยมีคนพูดว่า “ฉันตามคุณมาจากโปสเตอร์นะ”

อาร์ม: มันมีด้วยนะตอนวันเราเล่น ผมเจอ 5-6 คนแน่ะ ที่มาพูดว่า “ตามมาดูจากโปสเตอร์ เห็นว่ามาจากเมืองไทย ก็เลยอยากสนใจมาดู” คือนับถือความวิริยะอุตสาหะของคนฟังเพลงที่นี่จริงๆ

ปิ๊ง: ช่วงวันแสดง ที่เราต้องเดินทางจากเมืองโอซาก้า มาที่เมืองซันดะ เราพลาดรถไฟช่วงเช้า เพราะคิดว่าไปช่วงสายๆก็ได้ เพราะยังไงคงทันก่อนสแตนบายวงตอนเที่ยง ผลปรากฏว่างานเข้าเลยค่ะ

รถชัตเติ้ลบัส ที่รับส่งศิลปิน และ ผู้ชมที่ไปที่งานมีบางคันเกิดขัดข้อง ทำให้รถไม่พอเกิดการดีเลย์ พอเราไปถึงที่ซันดะ ปรากฏว่า เราจะไม่ทันช่วงที่ต้องสแตนบายใกล้เข้ามาแล้ว พี่ทอป ก็โทรไปหาคุณยูยะ ที่เขา สแตนบายที่งาน

อาร์ม: คุณยูยะท่าทางจะเครียดเพราะโทรหาพี่ทอปเป็นระยะตลอดทาง เพราะคงรู้เรื่องรถชัตเติ้ลบัสขัดข้องแล้ว 

ปิ๊ง: แต่ดีที่พี่บอย (กนกเทพ คำปลิว - นักเขียนอิสระ และ Tour Manager จำเป็น ของ Counterclockwise ในทริปนี้) หนึ่งในทีมงานทัวร์ครั้งนี้ เขาได้ไปคุยกับกลุ่มสาวชาวญี่ปุ่นที่กำลังจะไปงานOne Music Campพอรู้ว่าเราคือในศิลปินที่ไปเล่นในงาน และประสบชะตากรรมเดียวกัน เขาก็ตื่นเต้น และพร้อมเข้ามาอาสาช่วยเรียกแท็กซี่ไปยังที่งานเลย ก็เรียกมาได้สองคัน นั่งไปด้วยกันเนี่ยแหละ และเราก็เห็นสภาพรถติดระหว่างทางไปที่งาน งานนี้ไม่เล็กเลย และดูเป็นงานสำคัญประจำปีของเมืองซันดะด้วย จะว่าไปมีกรุ๊ปปี้เกิร์ล ก็ดีแบบนี้นี่เอง (หัวเราะ) มุกนะคะ

อาร์ม: คือไม่ถึงกับรื่นเริงอะไร แต่เอ่อมีป้ายบอกทางสองข้างทางพ่อค้าแม่ค้ามาขายของ เปิดบ้าน bed and breakfast อารมณ์แบบ Big Mountain บ้านเรา แต่ของเขานี่มันมี vibes แบบทุกคนในชุมชนมีส่วนร่วมจริงๆ

ปิ๊ง: ก็ไปถึงงานด้วยความสะดวกเรียบร้อยสแตนบายทันเวลา มาทราบภายหลังบางวง ก็ประสบชะตากรรมเดียวกับเรา เขาก็โบกรถ 4wd นั่งท้ายกระบะไปงานกันเลยก็มี อารมณ์ประมาณไปเที่ยวเขาใหญ่

อาร์ม: Mantravine ไง ใช่มั้งนะ (ยิ้ม)

 

บรรยากาศในงานล่ะเป็นอย่างไร

อาร์ม: ผมพูดถึงการจัดการภายในงานแล้วกัน ทุกอย่างเป็นขั้นตอนและใส่ใจหมดตั้งแต่คนขายตั๋ว รปภ. คนดูแลศิลปิน คนบอกคิว แม่บ้าน พ่อบ้าน ทำความสะอาด ทุกคนเป็นทีมเวิร์คมาก

เราเป็นวงเล็กๆ จากเมืองไทยก็จริง แต่เขาดูแลเราแบบใส่ใจเลยนะ ช่วยยกอุปกรณ์ พาเข้าที่พัก ถามไถ่ว่ากินข้าวหรือยัง 

ปิ๊ง: ซาวน์เชคด้วยเขายินปรับเปลี่ยนย้ายแอมป์ให้ตาม band rider ที่เรามีมา และเรามอบให้เขาไว้ก่อนแล้ว บ้านเราเหรอ มีจิ๊จ๊ะปากค่ะ ว่าอะไรกันนักกันหนา (หัวเราะ) แล้วเขามีเวลาซาวน์เชคให้ 30นาทีเลย ในทุกๆวง ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องศึกษาเลยว่าเขาจัดการกันได้และลงตัว ใครซาวน์เสร็จก่อนเวลา ขึ้นเล่นไมได้นะคะ ต้องตรงกำหนดเวลาเป๊ะ คุณอาจจะซาวน์อะไรเพิ่มอีก หรือไปนั่งพักหลังเวทีรอเวลาขึ้นเล่น แล้วก็บอกว่าได้เวลาแล้ว คือทุกอย่างเป็นขั้นตอน และเราแทบไม่มีปัญหาระหว่างโชว์เลย คือทุกคนที่อยู่ ณ ที่นั้นเกื้อกูลกันดีทั้งคนเล่น ทั้งเทคนิคเชี่ยน และทีมงานของเราเอง

อารม์: แล้วคนดูให้เกียรติด้วยครับ เล่นเสร็จปรบมือ เห็นเป็นวงหน้าใหม่ก็มาดูหน่อยซิ ซึ่งพวกเราก็ทำเต็มที่เลยนะครับ ถ้าดูคลิปอาจเห็นคนดูในที่ร่มน้อย เปล่าฮะ เขาอยู่กันบนเนินแล้วดูลงมาข้างล่างก็ประมาณ 100 กว่าคนได้

ปิ๊ง: เวทีที่เราเล่นชื่อว่า Wonder Hive เอาสังกะสีมามุงเหมือนเรื่อนพักแรม เป็นเวที แล้วข้างในมันร้อนมาก (เน้นเสียง) พัดลมเอาไม่อยู่ คนหน้าเวทีตอนแรกๆ สตาฟฟ์บอกให้ถอยร้นไป เพราะข้างในมันร้อนจริงๆ ก็เลยกรูกันไปอยู่รอบนอกจากในร่ม เพราะอากาศถ่ายเทกว่า แต่เพราะคนดูตอบรับดี และเราห้าคนมีความตั้งใจว่า ใช้โอกาสนำเสนอนี้ให้ที่สุด ไอ้ปัจจัยอื่นที่มาขัดขวางเราต้องฝ่าไปให้ได้ เราคิดว่าเอาวะเล่นที่นี่แล้วสอบผ่าน จะเล่นที่ไหนก็ได้ไม่เกรง

อาร์ม: วันนั้นมันเป็นวันที่ heat wave ลงหนักในบริเวณจังหวัดเฮียวโกด้วย ทุกอย่างก็เลยดูร้อนระอุเกินปกติ แต่ไม่ตายนะครับ เรารอดมาได้

ปิ๊ง: ถึงที่พักแล้วเปิดแอร์นอนยาวกันเลยจนถึงช่วงเย็น (หัวเราะทั้งคู่) 

อาร์ม: ผมสังเกตุอีกอย่างว่าศิลปินญี่ปุ่นที่นี่เขามีความตั้งใจนอกเหนือการเล่น มีการนำเสนอผลงานที่อยากนำเสนอแก่ผู้ฟังด้วยครับ วงในงานครั้งนี้มีซีดีเพลงของตัวเองมาขายหรือแจกฟรี หมดทุกวง

บางวงมาแลกแผ่นกับพวกผมด้วย เป็นบรรยากาศคนต่างแดนต่างถิ่น มาทำความรู้จักกัน ไม่มีหยิ่งเลยนะ หรือ บางทีเล่นงานเดียวกัน แต่ที่ผ่านมาไม่เคยอยู่ดูงานซึ่งกันและกัน ซึ่งเนี่ยเป็นนิสัยเสียของศิลปินอินดี้ในเมืองไทย พี่ทอป ก็เคยพูดๆเรื่องนี้ แต่พอเรามาเห็นของจริงที่นี่ เอ่อจริงว่ะ ศิลปินบ้านเราฝีมือไม่แพ้ใครเลยนะครับ แต่การแชร์ผลงานหรือการเปิดใจซึ่งและกันผมว่าน้อยอยู่มาก 

ปิ๊ง: ประทับใจ Of Montreal ค่ะ ตอนเขามาเมืองไทยไม่มีโอกาสได้ดู แต่นี่เราได้มาพักบ้านเดียวกับเขา ร่วมเวทีเดียวกันกับเขา พูดให้เข้าใจง่าย เล่นเปิดให้เขาน่ะค่ะ ได้พบเจอและเอาผลงานมาแลกกันฟังด้วย

วง Wonderful Boys ของญี่ปุ่นก็น่ารักค่ะ คล้ายๆ วง สมเกียรติ ของบ้านเรา ทั้งลุคหรือสไตล์การนำเสนอ (หัวเราะ) แล้วเขาเอนเตอร์เทนคนพลังงานไม่หมดตลอดโชว์ค่ะ

อาร์ม: ผมชอบ Tempalay ครับ เรียกว่าค้นพบเลยก็ว่าได้ Predawn ก็ดี acoustic folk คนเดียวเอาอยู่ 

 

ผลตอบรับหลังานนี้

ปิ๊ง: ที่เห็นชัดเลยคือมีคนจากญี่ปุ่นมาซื้อผลงานอัลบั้ม Carry On มากขึ้นทยอยๆ กันมา เราเพิ่งรู้ว่านสพ.ท้องถิ่นเขียนถึงเราด้วย แต่เรายังไม่ได้อ่านกันเลยนะ (หัวเราะ) เขาคงตามมาจากทางนั้น แล้วก็คนที่ดูที่ One Music Camp ด้วยปิ๊งเดินไปไหนนะคะ ก็มีคนมาขอถ่ายรูปหรือมาชี้ๆ ว่านี่ๆ วง Counterclockwise ที่เล่นเมืองช่วงบ่ายๆ เพราะงานมันในที่ไม่ใหญ่มากด้วยมั้งทำอะไรเลยรู้หมด ที่รู้สึกตื้นตันใจเลยคือ พวกเรามีผลงานอัลบั้มวางขายในประเทศญี่ปุ่น มีโอบิแนบด้วย แล้วก็วางในร้านใหญ่ๆเช่น Tower Records หลายคนไม่รู้ไม่เป็นไรค่ะตอนนี้รู้แล้ว (หัวเราะ) ขอบคุณคุณยูยะ-Moorworks ประเทศญี่ปุ่น ที่นำผลงานชิ้นนี้ออกกับค่ายในเครือคือ Donuts Pop Records  เท่าที่รู้มาก็มีวงไทยวงอื่นก็มีงานขายที่ญี่ปุ่นกับบรรดาค่ายท้องถิ่นด้วยนะคะ อย่าง Part time musicians แล้วก็ Gym & Swim

อาร์ม: สำหรับผม ผมได้ความตั้งใจที่จะนำเสนอเพลงครับ ถ้าเราทำอะไรด้วยความจริงใจมีสมาธิ ซึ่งสมาชิกทุกคนในวงก็แน่วแน่มาก ความจริงใจในการนำเสนอนั้น สารคงไปถึงผู้รับอย่างเข้าใจและเข้าถึงของเพลง

เราไปเล่นญี่ปุ่นครั้งนี้ ไม่ได้หมายความว่าต้องการโอ้อวดหรือคิดว่าฝีมือเราคือวงดนตรีวิเศษจากซีนเชียงใหม่กว่าใคร ไม่ครับเราไม่ใช่อย่างนั้น เราแค่อยากนำเสนอเพลงของพวกเราบนโลกใบนี้ตามที่ต่างๆ เท่าที่จะทำได้

ปิ๊ง: เคยอ่านเจอที่พี่แป๋ง-Yellow Fang เคยสัมภาษณ์ลงนิตยสาร happening ได้นะคะว่า “ถ้าที่ตรงนี้เขาไม่ฟังเพลงของเรา เราก็ไปหาในที่ๆ เขาเปิดใจฟังงานของเราสิ” ทำให้บางทีแม้เราไม่ค่อยมีใครในเชียงใหม่จะชักชวนหรือไปเล่นเท่าไหร่ เราก็ไม่น้อยใจนะคะ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าไม่แคร์นะ ถ้าได้เล่นในเชียงใหม่เยอะๆ ก็ดีเพราะที่นี่คือบ้านเกิดที่พวกเราอยู่อาศัยและครอบครัวของเราอยู่ที่นี่ การไปนำเสนอเพลงออกไปต่างถิ่นหรือต่างประเทศ ถือว่าคือการไปเปิดหูเปิดตา ที่เล่นใหม่ๆ และเรียนรู้วัฒนธรรมของประเทศนั้นๆ หรือที่เมืองนั้นๆว่าเขาเป็นอย่างไร

อาร์ม: ผมชอบญี่ปุ่น ชอบสไตล์การทำงานของเขา เครียดจริงจังจริง แต่จริงใจด้วย และระบบระเบียบบ้านเมืองที่เรารู้ๆกันอยู่แล้ว ที่สำคัญคือดนตรีไม่ว่าคุณจะเป็นศิลปินดังหรือไม่ดัง อย่างน้อยคุณมีคนฟังและแฟนคลับแน่ๆ หรือมีที่ๆให้คุณได้ยืนได้นำเสนอ ต่อต้านอาจจะมี แต่มันปลุกไฟในการทำงานหรือทิศทางว่าวงอยากนำเสนออะไร เล่นกับคนกลุ่มไหนของเรามากๆ

ปิ๊ง: ถ้ามีโอกาสเราก็อยากไปอีก อยากไปเล่นในโตเกียวด้วย แรงสนับสนุนอะไรจากคนในประเทศไทยอาจจำกัดเพราะเราเป็นวงเล็กๆ ไม่ได้โด่งดังอะไร  เรามีแค่ความตั้งใจและการพัฒนาที่อยากนำเสนอผลงานเพลงของพวกเราค่ะ ตามที่ต่างๆ

เพื่อนำไปทำเป็นต้นทุนในงานชุดใหม่ด้วย สนับสนุนกันด้วยนะคะ

 

 

Who is Counterclockwise ?

"Counterclockwise" คือวงดนตรีสี่หนุ่มหนึ่งสาว ในแนวทาง Alternative Rock จากจังหวัดเชียงใหม่ ประกอบไปด้วย

-ธีรศานต์ วรรณมณี (เซเว่น ร้องนำ,กีต้าร์)

-สิริโสภา แซ่ลิ่ม (ปิ๊ง ร้องนำ,เบส)

-อรรถกร พงษ์เทอดศักดิ์ (นัส กีต้าร์)

-พีรัชชัย สังข์มงคล (ไอซ์ คีย์บอร์ด,โปรแกรม)

 

พวกเขาเพิ่งออกอัลบั้มเต็มชุดแรกของพวกเขาและเธอ ในผลงานที่มีชื่อว่า "Carry On" กับทางสังกัด Summer Disc เมื่อช่วงปลายปีที่แล้ว แต่มาในช่วงต้นปีนี้ทางวงกำลังมีผลตอบรับที่ดีกลับมามากขึ้น หลังจากผลงานที่รังสรรค์ของทางวงได้ไปถึงเข้าชิงรางวัลทางดนตรีระดับประเทศเช่น คม ชัด ลึก อวอร์ด ครั้งที่ 13 ในสาขา ศิลปินกลุ่มยอดเยี่ยม และ สีสัน อวอร์ด ครั้งที่ 27 ในสาขา ศิลปินหน้าใหม่ยอดเยี่ยม แม้จะไม่ได้รางวัลใดๆ แต่ก็ทำให้วงดนตรีเล็กๆจากเมืองเหนือวงนี้ได้ทำให้คนในวงการดนตรีส่วนกลางได้รับรู้รับฟังผลงานเพลงของพวกเขา มีเพลงที่เปิดโปรโมตแล้วเช่น

 

“รอการกลับมา” / “จันทร์ครึ่งดวง” / “Walking” / “Raining Town” และล่าสุดผลงานอัลบั้ม “Carry On” นี่เองได้ผลิตและวางจำหน่ายในประเทศญี่ปุ่นแล้วในช่วงเดือนสิงหาคมที่ผ่านมากับทางสังกัดในญี่ปุ่นอย่าง Donuts Pop Records ในเครือ Moorworks ที่ดูแลบริหารงานโดย Yuya Saito โปรดิวเซอร์ ชาวญี่ปุ่น ผู้ที่ทำการประสานงานให้แก่วง Counterclockwise ในการทัวร์ญี่ปุ่น ครั้งนี้

 

ติดตามผลงานของพวกเขาได้ที่ 

Facebook.com/ccwthaiband

Facebook.com/summerdisc

Youtube: Summer Disc Music Label

 

 
 
 Blastmag 2016. All right