+66 81 692 3961
info@blastmag.com


M.Shadow วง Avenged Sevenfold เล่าชีวิตวัยรุ่น


 2016-09-20 17:24:01

    

ฟรอนต์แมนร่างหมีของคณะ Avenged Sevenfold นาย M. Shadows หรือ Matthew Sanders ได้ให้สัมภาษณ์นิตยสาร TeamRock เกี่ยวกับความคิดของเขา และได้เล่าเรื่องราวต่าง ๆ ในชีวิตให้ฟัง ใครอยากรู้ว่านายหมีคนนี้คิดอะไรอยู่ ตามอ่านได้ข้างล่างเลยค่ะ

"ตอน ป.4 ผมชอบใส่เสื้อแบทแมนที่แม่ซื้อให้ ไถสเกตบอร์ดไปเรื่อย ๆ ในละแวกบ้าน เปิดเพลงของ Guns N' Roses คลอไปด้วย ผมชอบเปิดเพลง One In A Millon ฟังซ้ำไปซ้ำมาเพราะมันมีคำหยาบในเพลง ทุกคนก็ชอบมีปัญหากับผมเพราะผมดูเป็นเด็กเนิร์ดงี่เง่า แต่ผมไม่แคร์หรอกเพราะผมฟังเพลงเมทัลอยู่ ประเด็นคือเรานับถือวงแบบนี้มากจริง ๆ วงแบบที่ทำให้เด็กสิบขวบชื่นชอบได้ทั้ง ๆ ที่เรายังไม่รู้นิยามของคำว่าเจ๋งเลยด้วยซ้ำ"

"ผมเป็นคนมีความมั่นใจในตัวเอง ย้อนกลับไปสมัยที่ผมยังเป็นเด็ก วันหนึงผมต้องไปโรงเรียนสอนศาสนาและผมก็ไม่รู้ว่าเอารองเท้าตัวเองไปวางทิ้งไว้ที่ไหน ผมเลยต้องใส่รองเท้าใครกลับมาก็ไม่รู้ เป็นรองเท้าหุ้มส้นแบบสวมห่วย ๆ แม่ผมบอกกับผมว่า 'ช่างแม่งเถอะว่าคนอื่นจะคิดยังไง พอลูกโตขึ้นคนพวกนี้ก็จำลูกไม่ได้แล้ว มันไม่สำคัญหรอก' ผมยังโคตรประหม่าเลยแต่ผมก็จำไว้ขึ้นใจเสมอ ไม่มีใครรู้ว่าผมคิดอะไร ไม่มีใครรู้จักผม และจะไม่มีวันรู้จักด้วย"

"คุณจะทำวงดนตรีแต่เลือกที่จะทำตัวสันโดษไม่ได้ ถ้าคุณเป็นแบบนั้นคุณก็จะไม่มีวันเป็นคนที่มีอิทธิพล"

"ผม แซ็คกี้ และเดอะเรฟเล่นกีฬาด้วยกันบ่อยมาก เดอะเรฟตีกลองแทบตลอดเวลา แต่ผมว่าเราก็สนใจกีฬากันซะส่วนใหญ่นะ อยู่ ๆ มันก็กลายเป็น 'เฮ้ย ไปเล่นเพลงร็อคกันเถอะ' แล้วก็ลืมอะไรอย่างอื่นไปเลย ผมว่าเราก็เป็นแค่กลุ่มเพื่อนที่เล่นสนุกกันเฉย ๆ เดอะเรฟจะแบกชุดกลองของตัวเองมาแล้วก็ชอบเล่นเกินหน้าเกินตาคนอื่น อยู่ดี ๆ เขาก็โซโล่กลองขึ้นมาในขณะที่คนอื่น ๆ เล่นประสานกันไรงี้ มันก็เริ่มมาจากตรงนั้นแหละ"

"ผมไม่เคยพยายามจะตีตราตัวเองว่าเป็นสายไหน ผมแค่ชอบฟังเพลงทุก ๆ แนว แค่ว่าผมชอบฟังเมทัลมากที่สุดก็เท่านั้น"

"ตอนที่เราเริ่มเล่นดนตรีแรก ๆ เราแค่อยากทำให้คนอื่นรำคาญเฉย ๆ งานที่เราไปเล่นมักเป็นพวกงานฮาร์ดคอร์และผู้คนก็ฉุนเฉียวกับทุกสิ่งทุกอย่าง เราอยากเล่นใหญ่ให้สุด ๆ ไปเลย เรามีทั้งเครื่องทำหมอกและอินโทรและอีกหลาย ๆ อย่างเพราะแค่อยากทำให้คนอื่นหัวร้อน แล้วพวกเขาก็เริ่มพูดกัน 'ช่างหัววงนั้น แม่งมีแต่พวกโง่เง่า' ในขณะที่คนอื่นบอกว่าพวกเราเจ๋งดีและบอกว่าเราเจ๋งที่สุดที่พวกเขาเคยดูมา"

"มันสนุกมากกับภาพลักษณ์และความกวนส้นของพวกเรา แต่ยังไงเรื่องดนตรีก็เป็นที่ 1 เสมอ คนหลายคนไม่สนใจหรอกว่าคุณจะดูเป็นยังไง พวกเขาสนแค่ผลงานของคุณ แต่หลายคนก็ด่าว่าเราแค่เพราะลุคที่เราแต่ง"

"ตัวผมตอนอายุ 25 อาจจะอยากตั๊นหน้าตัวผมในตอนนี้ เขาเป็นพวกบ้าพลังหุนหันพลันแล่น เขาฉลาดพอที่จะรู้ว่าอะไรเป็นอะไรแต่เขาก็แบบ อย่างที่เซบาสเตียน บาค(วง Skidrow)เคยพูดไว้ว่า Youth Gone Wild น่ะ คุณต้องลองเป็นดูถึงจะรู้ว่ามันเป็นยังไง คุณต้องเคยทำผิดพลาด เราก็เคยทำมาหลายครั้งแต่ที่ผลลัพธ์มันออกมาดีก็มี ไม่งั้นเราคงไม่ได้มาอยู่จุดนี้"

"เวลาเราแต่งเพลง สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการสื่อสารกัน พวกเราทุกคนรู้ดีว่าไม่ควรเก็บเอามาใส่ใจถ้าสิ่งที่คุณคิดขึ้นมา   มันห่วยแตกแล้วเราตัดมันทิ้งไป ไม่ต้องมาอ้อมค้อมหรือพยายามปรับให้เสียเวลา แล้วก็หุบปากซะ เวลานี้ไม่ใช่เวลาที่จะมาอีโก้สูง เราทำงานกันแบบนั้นแหละ"

"ตอนเราเสียจิมมี่ไป มันเหมือนเป็นจุดจบ อีกนานกว่าคนส่วนใหญ่จะต้องรับมือกับเรื่องพรรค์นี้ แต่เราต้องเจอตั้งแต่อายุ 28-29 ที่แย่กว่านั้นคือความใกล้ชิด เราอยู่กับเขามา 18 ปี เราเติบโตมาด้วยกัน เราเข้าใจกันทุกอย่าง เราใช้ชีวิตอยู่บนรถบัสกับเขา เราเริ่มจากเล่นเครื่องดนตรีอะไรไม่เป็นเลยจนถึงการได้เล่นคอนเสิร์ตในสเตเดียมใหญ่ ๆ... แล้วจู่ ๆ เขาก็จากไป เขาไม่อยู่แล้ว ไม่มีอีกแล้ว เราต้องเผชิญหน้ากับความเป็นจริงอันโหดร้ายที่คนส่วนใหญ่ยังไม่ต้องเผชิญ"

"การที่ผมต้องร้องเพลงที่จิมมี่เป็นคนแต่งให้อัลบั้ม Nightmare ก่อนเขาจะจากไปเป็นสิ่งที่เลวร้ายที่สุดที่ผมเคยเผชิญมา ยากที่จะร้องยากที่จะอัดเพลงให้ได้จนจบ แต่ผมว่ายากที่สุดคือการนั่งฟังอัลบั้มนั้น มันตอกย้ำเราว่าเขาไม่อยู่แล้ว มันรับมือได้ยากกว่าตอนที่อัดเสียอีก"

"เมื่อคุณสูญเสียเพื่อนรักไป มันทำให้คุณเติบโตขึ้น ได้รู้ว่าครอบครัวคือสิ่งที่สำคัญที่สุด และได้ตระหนักว่าเราแต่งเพลงขึ้นเพื่อความสนุกความบันเทิงเท่านั้น มันมีความสำคัญกับเราน้อยลง มันก็แค่เพลง ก็หวังว่าเพลงของพวกเราจะช่วยคนฟังได้ แต่ตอนนี้เรามองโลกในความเป็นจริงมากกว่า หลายอย่างมาจากการที่เราเสียจิมมี่ไปและการที่เราต้องผ่านอะไร ๆ มา สิ่งที่เราเจอก็เกิดขึ้นกับคนอื่นในโลกนี้ทุกวัน นั่นแหละสิ่งที่สำคัญ"

อ่านแล้วรู้สึกยังไงกันบ้างคะ แฟน ๆ ก็คงนั่งปาดน้ำตากันเป็นแถว อ่านไปเปิดเพลง So Far Away ฟังไป ทีนี้เราก็คงจะรู้แล้วว่าการทำเพลงไม่ใช่ทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตของพวกเขา ยิ่งพ่อแม่อายุมากขึ้น ตัวหนุ่ม ๆ แต่งงานมีเมียมีลูกแล้ว พวกเขาก็คงอยากจะใช้เวลาอยู่กับครอบครัวเป็นหลัก ในฐานะแฟน ๆ ก็ต้องเข้าใจ และภาวนาให้ปลายปีนี้เราได้ฟังอัลบั้มใหม่กันสักทีนะคะ

ที่มา : 

http://teamrock.com/feature/2016-08-08/m-shadows-avenged-sevenfold-interview

 
 
 Blastmag 2016. All right