+66 81 692 3961
info@blastmag.com


"Fever Tour" จัดเต็มทุกรสชาติความสนุก กับ 5 ศิลปินอินดี้ไทย-ญี่ปุ่นสุดจัดจ้าน


 2019-07-11 17:48:55

    

Ropes

 

จบลงไปแล้วสำหรับคอนเสิร์ต Fever Tour 2019 ที่ได้ผู้จัดหัวก้าวหน้าอย่าง ‘จิน’ หนุ่มญี่ปุ่นหัวใจไทยเจ้าของค่ายเพลง Dessin the World ผนึกกำลังร่วมกับ Fever หนึ่งในไลฟ์เฮ้าส์ที่ดีที่สุดของโตเกียว ขนสองศิลปินชื่อดังจากญี่ปุ่นอย่าง Ropes, Mouse on the keys และศิลปินไทยมากฝีมืออย่าง Faustus, Zweed & Roll และ Inspirative มาร่วมแสดงบนเวทีคอนเสิร์ตที่ De Commune ในวันที่ 6 กรกฎาคม ที่ผ่านมา (เพิ่งมีเวลามาเขียนรีวิว) แม้ว่างานจะเคยจัดมาแล้วครั้งหนึ่ง (เมื่อปีที่แล้ว) แต่นี่ถือเป็นการเปิดซิงครั้งแรกของผมต่องานนี้ จะเสียวซาบซ่านถึงใจแค่ไหนลองตามไปดูกันครับ

 

จากตารางระบุว่าวงแรกจะเริ่มเล่นตอนทุ่มครึ่ง แต่พอเดินเข้ามาด้านในดูเหมือนว่าวงแรกจะยังเซ็ตเครื่องกันไม่เสร็จ เลยใช้เวลานี้กวาดสายตาสำรวจพื้นที่เพื่อสร้างความคุ้นชินให้ตัวเองสักหน่อย ความรู้สึกแรกคือด้านในเล็กกว่าที่คาดคิดเอาไว้ แต่ไม่ถึงกับแออัดสักเท่าไหร่ มีบาร์ขนาดจิ๋วตั้งติดอยู่กับราวบันได และหากประมาณการด้วยสายตาในนี้น่าจะมีคนอยู่ราวๆ 30-40 เห็นจะได้ โดยรวมบรรยากาศถือว่าไม่เลวครับ ให้อารมณ์ดิบๆ และสัมผัสได้ถึงมนต์ขลังบางอย่างที่ซ่อนอยู่ในไลฟ์เฮ้าส์แห่งนี้

 

Faustus

 

19.47 น. ไม่นานนัก ‘Faustus’ วง Instrumental Rock สามชิ้นสัญชาติไทยก็ขึ้นรายงานตัวด้วยซาวด์อันกราดเกรี้ยว เสียงกลองดุดัน เบสมาเป็นก้อน กีตาร์สาดเอฟเฟคแบบไม่ยั้ง แถมยังโชว์เทคนิคกีตาร์อย่างแพรวพราว ทำเอาแปลกใจ จนลืมไปเลยว่านี่คือ โม Jelly Rocket ผู้ที่หลายคนคุ้ยเคยกับเสียงกีตาร์สไตล์หวานฟุ้งคลุ้งฝัน แต่ตอนนี้บอกเลยว่า เธอได้กลายร่างเป็น Mo Halen ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วครับ (ฮ่า) บอกตามตรงว่าตอนแรกจากที่รู้สึกเนือยๆ (เนื่องจากพักผ่อนน้อย) ตอนนี้ตาสว่างขึ้นมาทันที ราวกับถูกปลุกด้วยแข้งของบัวขาวยังไงยังงั้น นอกจากนี้ก็ดีใจที่ได้ดู ‘So Collapse’ แบบสดๆ บอกได้คำเดียวว่าเดือดจริงไรจริง แต่อย่างไรตาม ก็มีจุดที่ค่อนข้างเสียดายกับโชว์ของ Faustus ครั้งนี้เหมือนกัน เพราะรู้สึกว่าซาวด์เหมือนจะตีกันไปสักหน่อย เลยทำให้ฟังรายละเอียดไม่ค่อยรู้เรื่อง แต่พอเข้าใจได้ครับว่าอาจจะเป็นวงแรก อะไรๆ ก็ยังไม่เข้าที่เข้าทาง

 

Zwwed & Roll

 

20.40 น. ต่อเนื่องด้วยวงอัลเทอร์เนทีฟสุดเท่อย่าง 'Zweed & Roll' ที่เรียกน้ำย่อยคนดูด้วยเพลงภาษาอังกฤษสนุกๆ ก่อนที่ พัด (ร้องนำ) จะกล่าวทักทายแฟนๆ และแนะนำให้รู้จักกับสองมือกีตาร์ที่มารับหน้าที่แทนปูนกับมิน ซึ่งคนหนึ่งติดภารกิจไปเล่นให้คอนเสิร์ตใหญ่ Safeplanet ส่วนอีกคนรู้สึกเหมือนจะเข้ารับการผ่าตัดอะไรสักอย่าง หลังจากพูดคุยกันพอหอมปากหอมคอ Z&R ก็จัดเพลงสุดหม่นที่ทำให้หลายคนรู้จักพวกเขาอย่าง ‘ธันวาคม’ ต่อด้วย ‘Linger’ และ ‘อยู่’ ซึ่งเป็นเพลงที่ผมชอบมาก เพิ่งปล่อยออกมาไม่นาน ได้ดูเล่นสดวันนี้ถือว่าโดนเด็กอัลเทอร์เต็มๆ จากนั้นเสียงกีตาร์โปร่งกับเสียงสุดกระเส่าของพัดจากเพลง ‘Diary’ ก็ดังขึ้น สะกดคนฟังให้ตกลงไปในบ่อลึกแห่งความเศร้าหมองอย่างถอนตัวไม่ขึ้น ก่อนจะปิดท้ายด้วยเพลงชาติของพวกเขาอย่าง ‘ช่วงเวลา’ เป็นการเอ่ยคำร่ำลาอย่างสวยงาม

 

Ropes

 

21.30 น. 'Ropes' วงอินดี้สาย Abstract จากแดนปลาดิบเปิดตัวด้วยเพลงช้าชวนเคลิบเคลิ้ม ผสมผสานความดิบของเสียงกีตาร์ (รู้สึกว่าจะเป็นเพลงแทร็คที่ 4 จากอัลบั้ม Dialogue)   เรียกได้ว่าสะกดคนฟังตั้งแต่เพิ่งเริ่มต้น หลังจบเพลง อัตจัง (ร้องนำ) ได้กล่าวทักทายคนดูว่าพวกเธอดีใจมากที่ได้มาเล่นที่นี่ พร้อมกับเปรยต่อว่าจะกลับมาที่ประเทศไทยอีกแน่นอน ก่อนจะพูดคำว่า “ขอบคุณครับ” เป็นภาษาไทยด้วยน้ำเสียงสุดน่ารัก ทำเอาหัวใจของหนุ่มๆ ถูกตกกันไปตามๆ กัน หลังจากนั้นไม่นานวงก็เริ่มบรรเลงเพลง ‘Snow’ อีกหนึ่งเพลงที่แม้จะฟังภาษาญี่ปุ่นไม่เข้าใจแต่ก็รับรู้ได้ถึงความเศร้าหมองและ Emotional แบบขั้นสุด ก่อนจะเปลี่ยนมูดมาเล่นเพลงในสไตล์ชิลเอ้าท์ 4 เพลงรวด หนึ่งในนั้นก็คือ “Dawn” และ “Dialogue” ที่ต้องบอกว่าชิลโครตๆ ก่อนจะเข้าเพลงช้าที่หลายคนหลงรักอย่าง ‘Yume’ จนมาถึงเพลงสุดท้าย (ชื่อเพลงเป็นภาษาญึ่ปุ่นอีกแล้ว TT แต่รู้ว่าจะเป็นเพลงแทร็คสุดท้ายจากอัลบั้ม Dialogue) ที่แค่อินโทรขึ้นมาก็ซื้อแล้ว โห อะไรมันจะหวานจับใจและงดงามหมดจดขนาดนั้น ยิ่งบวกดับเมโลดี้และเสียงร้องของ อัตชิโกะ ที่ไหลเสียงได้อย่างน่าอัศจรรย์ด้วยแล้วยิ่งไปกันใหญ่ ถึงขนาดต้องหลับตาและตั้งใจฟังเสียงที่เกิดขึ้นในขณะนั้นเลยทีเดียว โดยส่วนตัวชอบเวอร์ชั่นนี้มากกว่าในสตูดิโออัลบั้มเสียอีก เพราะเวอร์ชั่นนี้เหมือนจะใส่เสียงกีตาร์ที่มีเอฟเฟคหนาๆ เข้ามาก่อนจะจบเพลงด้วย คือรู้สึกว่ามันถึงใจมากๆ พูดได้เต็มปากว่าพอจบโชว์แทบจะวิ่งไปกรอกใบสมัครขอเป็นแฟนคลับวงนี้ในทันที  

 

Inspirative

 

22.33 น. ถึงคิวของ 'Inspirative' โพสต์ร็อกสัญชาติไทย ที่ถึงแม้คราวนี้จะเล่นแค่ 4-5 เพลง (เนื่องจากแต่ละเพลงของวงค่อนข้างกินเวลาพอสมควร) แต่ระดับความจัดจ้านไม่ได้ลดหลั่นลงไปแม้แต่น้อย ตลอดเกือบ 50 นาทีที่ยืนดู ต้องบอกครับว่าสมฐานะวงอินดี้รุ่นใหญ่ของบ้านเราจริงๆ เรื่องการเพอฟอร์มไม่ต้องพูดถึง ใช้คำว่าน้อยแต่มาก ซาวด์ยอดเยี่ยม เอนเนอจี้เต็มเปี่ยม เซ็ตลิสต์ก็ล้วนเป็นเพลงที่หลายคนคุ้นเคยกันดีอย่าง อุโมงค์เวลา, Mainland, พื้นที่ว่าง และ Why ทำเอาทุกคนในงานสูญเสียสภาวะแรงโน้มถ่วงกันถ้วนหน้า และถึงแม้พื้นที่ของงานจะค่อนข้างเล็ก แต่ซาวด์ของ Inspirative ถือว่ามี Space ที่กว้างมาก คือชวนให้จินตนาการตามเสียงที่ได้ยินอย่างไม่รู้จบจริงๆ  

 

Mouse on the Keys

 

23.45 น. และแล้วก็มาถึง Headline ของงานในครั้งนี้ Mouse on the Keys วงฟิวชั่นแจ๊สชื่อดังจากญี่ปุ่นกระโดดขึ้นมาแจกความสดใสพร้อมกับไลท์ติ้งอันสวยงาม แถมยังมีวิชวลอาร์ตฉายคลอไปกับดนตรีอีกด้วย (วงอื่นไม่มี) ด้วยเหตุนี้จึงทำให้บนเวทีค่อนข้างมืดไปสักนิด (เพราะต้องปิดไฟบนเวทีเพื่อให้มองเห็นจอด้านหลัง) เลยทำให้มองไม่ค่อยเห็นสมาชิกแต่ละคนสักเท่าไหร่ จะเห็นก็แต่เป็นเงาตะคุ่มตะคุ่มเท่านั้น ภาพที่ถ่ายออกมาจึงไม่มีเฮียอะไรเลยนอกจากแสงด้านหลัง ฮ่าๆๆ วงงัดเพลงเด่นๆ มาเล่นแบบไม่มีกั๊ก ทั้ง ‘Seiren’ ‘Pluse’ และ ‘Charity’ ซึ่งเป็นเพลงโปรดของผมทั้งนั้น ฟังในสตรีมมิ่งว่าดีแล้ว ได้มาฟังเล่นสดคือเป็นอะไรที่ยอดเยี่ยมกว่ามาก หลังจากนั้นก็เริ่มเข้าสู่ช่วงฝากร้าน วงพูดประมาณว่าพวกเรายังมีซีดีและเสื้อวงเหลืออยู่อีกเยอะเลย กรุณาช่วยอุดหนุนกันหน่อยนะคร้าบบ (ฮ่า) คนดูในฮอลก็ต่างปรบมือและส่งเสียงเฮกันลั่น เสมือนให้คำสัญญากับวงว่าจัดไปเพื่อน เดี๋ยวกูไปซื้อ (แต่ตอนงานเลิกก็แทบจะไม่มีใครซื้อเพิ่มนะ TT) ก่อนที่วงจะเริ่มเล่นเพลง ‘Leviathan’  เรียกได้ว่าปล่อยของกันแบบไม่ยั้ง และก็เข้าเพลง ‘Stars down’ ซึ่งมีนักร้องผู้หญิงขึ้นมาร้อง ต้องบอกว่าเพลงนี้ตรึงคนดูจนอยู่หมัด ต่อเนื่องความสนุกด้วยเพลงใหม่ของพวกเขาอย่าง ‘Circle’ โอ้ยยย นี่ก็เพลงชอบอีกแล้ว คือมันดีมากแก ทั้งงดงามและแผดเผาไปในเวลาเดียวกัน หลังจากสิ้นสุดเพลง วงก็กล่าวคำขอบคุณและเดินลงจากเวทีไป ผู้ชมบางส่วนเริ่มทยอยออกจากฮอล แต่ตอนนั้นผมยังสงวนท่าทีอยู่ เพราะคิดว่าต้องมีการเอ็นคอร์เกิดขึ้นแน่นอน และก็เป็นอย่างที่คิดครับ ผู้ชมบางส่วนเริ่มส่งเสียงเอ็นคอร์ ไม่นานวงก็เดินกลับขึ้นมาบนเวทีอีกครั้ง พี่อากิระ (มือกลอง) หยิบไมค์มาพูดกับผู้ชมว่า “พวกเรากลับมาแล้ว พวกเรากลับมาแล้ว”เจอกันอีกครั้งปีหน้า โอเคม้ายยยย!!” ก่อนจะตะโกะถามคนดูว่า “Are You Ready?!!!!!” และเพลง ‘Aom’ ก็เริ่มบรรเลงขึ้น ตอนนี้ผมขยับตัวเองไปอยู่แถวๆ ประตูทางออก เพื่อหวังจะได้ดู อากิระ หวดกลองแบบชัดๆ และก็เลือกถูกเพลงซะด้วย เพราะเป็นเพลงที่ อากิระ โชว์เทคนิคกลองแบบไม่ยั้งจริงๆ ฟาดอย่างหนักหน่วงราวกับเพิ่งโกรธเมียที่บ้านมายังไงยังงั้น ก่อนจะสิ้นสุดโชว์ครั้งนี้ไปอย่างสวยสดงดงาม

 

โดยสรุปแล้ว Fever Tour 2019 ครั้งนี้ถือว่าสนุก และครบรสมากครับ Line Up ที่ขนมาก็เรียกได้ว่าแจ่มๆ ทั้งนั้น แถมยังมีวงให้ดูมากขึ้นกว่าปีที่แล้วอีกด้วย และเมื่อเทียบกับราคาค่าบัตร การได้ดูวงคุณภาพระดับนี้ ในสเกลงานขนาดนี้ ถือว่าคุ้มค่ามากๆ ครับ อย่างไรก็ตาม นี่อาจจะเป็นครั้งแรกของผม แต่มันจะไม่ใช่ครั้งสุดท้ายอย่างแน่นอนครับ โดนป้ายยาเรียบร้อยแล้ว ฮ่าๆ ไว้เจอกัน Fever Tour 2020 เด้อออ

 

 

 

#ต้นไม้ไขลาน

 

 
 
 Blastmag 2016. All right