+66 81 692 3961
leesic@gmail.com
  


รวบรวมไฮไลท์สำคัญ ณ งานโครตอินดี้ครั้งที่ 15 เมามาย อบอุ่น เพลิดเพลิน และทรงพลัง รวบรวมไฮไลท์สำคัญ ณ งานโครตอินดี้ครั้งที่ 15 เมามาย อบอุ่น เพลิดเพลิน และทรงพลัง รวบรวมไฮไลท์สำคัญ ณ งานโครตอินดี้ครั้งที่ 15 เมามาย อบอุ่น เพลิดเพลิน และทรงพลัง


 2019-09-29 20:03:15

    

Solitude is Bliss มอมเมาเยาวชนด้วยไซเคเดลิกร็อกชวนฝัน/ครั้งแรกของวงกับงานโครตอินดี้

แม้งานนี้จะปลอดเหล้าปลอดบุหรี่และสมุนไพรใดๆ แต่โซลิจูดก็สามารถตรึงทุกสายตาและกระชากเราให้หลุดเข้าไปในโชว์ของพวกเขาได้อย่างยอดเยี่ยม รู้ตัวอีกทีก็เมามายไปกับเสียงดนตรีของพวกเขาอย่างถอนตัวไม่ขึ้น แม้ซาวด์อาจจะไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วยเหมือนเล่นในฮอลเย็นๆ (เข้าใจได้ว่ามีข้อจำกัดเรื่องสถานที่และลำโพง เหมือนลำโพงทั้งสองด้านจะดังไม่เท่ากันด้วย) แต่ต้องยอมในเรื่องการเพอฟอร์มของพวกเขาจริงๆ โดยเฉพาะในเพลง ระบายกับเสียงเพรียก ที่ให้ความรู้สึกเหมือนยืนดูองค์ศาสดา Pink Floyd (ยุคแรกๆ) ในเวอร์ชั่นคนไทยกำลังร่ายมนต์อยู่อย่างไงอย่างงั้น นอกจากนี้ พวกเขายังจบโชว์ที่โครตอินดี้ครั้งนี้ได้โก้มากๆ ด้วยการเดินลงจากเวทีไปทีละคน จนเหลือแต่มือกลองที่นั่งหวดกลองอยู่กลางเวทีเพียงคนเดียว และปล่อยให้เสียงจากเครื่องดนตรีแต่ละชิ้นหวีดร้องโหยหวนต่อไปจนจบโชว์

 

Whal & Dolph กระโดดลงมาร้องเพลงกับผู้ชมด้านล่างเป็นครั้งแรก

เป็นอีกหนึ่งวงที่เข้าถึงตัวได้ยากมากกก เนื่องจากคนมาออกันที่เวทีนี้กันเยอะโครตๆ แน่นอนพวกเขายังคงรักษามาตรฐานของตัวเองได้อย่างดี ซาวด์กีตาร์อันเป็นเอกลักษณ์ของทั้งสองก็ยังคงแฝงไปด้วยเสน่ห์ชวนหลงใหลเช่นเดิม พวกเขาขนเพลงฮิตๆ มาเสิร์ฟกันแบบจัดเต็ม ไว้ว่าจะเป็น นานนาน, หากมันจะสายเกินไป, เก็บเธอเอาไว้ดูก่อน และ พ. (แต่เล่นแค่ท่อนฮุกนะ เพราะเวลาน้อย ฮ่าๆๆๆ) จนกระทั่งในเพลง ฉันยังเก็บไว้ ปอขอให้ทุกคนนั่งลง จากนั้นตัวเขาก็กระโดดลงมาร้องเพลงร่วมกับคนดูด้านล่าง เป็นภาพที่อบอุ่นดี ซึ่งปอยังบอกอีกว่า ขอให้ทุกคนจดจำภาพนี้เอาไว้ เพราะนี่คือการกระโดดลงเวทีครั้งแรกของเขา

 

(ภาพไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหา)

Safeplanet ตอกย้ำวงอินดี้แถวหน้าของไทย

ตอนที่เซฟบอยเล่นดูเหมือนจะชนกับภูมิจิตด้วย แต่คนคือมหาศาลมาก เจ้าตัวยังบอกเองเลยว่าไม่อยากจะเชื่อว่าจะมีคนมารอดูพวกเขาเยอะขนาดนี้ ทั้งๆ ที่มีวงดีๆ อีกหลายวงให้เลือกดูมากมาย Safeplanet เป็นวงที่ดูเหมือนจะพูดไม่เก่ง แต่ด้วยความที่พื้นฐานพวกเขาเป็นวงที่ทำเพลงออกมาดี มีสไตล์ ติดหู และเข้าถึงง่าย นั่นอาจเป็นเหตุผลที่ทำให้พวกเขาสามารถคอนโทรลคนดูจำนวนมากได้แบบอยู่หมัด การชมโชว์ของพวกเขาอาจไม่ได้มันส์สุดเหวี่ยงจนถึงขนาดร่างกรอบ แต่จะเป็นฟีลของการไปยืนฟังเพลงเพราะๆ ขยับตัวเบาๆ ไปพร้อมๆ กับฮัมเนื้อร้องไหลตามไปกับพวกเขาจนจบเพลงแบบเพลินๆ มากกว่า นั่นแหละเสน่ห์ของเซฟบอยเขาล่ะ ไม่แปลกเลยว่าทำไมพวกเขาถึงครองใจแฟนเพลงคออินดี้ได้เป็นจำนวนมาก

 

ไททศมิตร อนาคตแห่งวงการเพลงเพื่อชีวิต

เคยตั้งทฤษฎีขึ้นมาเล่นๆ กับตัวเองว่าวงดนตรีที่จะประสบความสำเร็จระดับประเทศหรือเป็นไอคอนของใครหลายคนได้นั้นต้องมีองค์ประกอบอะไรบ้าง โดยส่วนตัวรู้สึกว่า หนึ่ง-ต้องมีเพลงที่ดี สอง-ต้องแสดงสดได้ดี สาม-ต้องมีคาแรคเตอร์ที่ชัดเจน สี่-ต้องมีเสน่ห์ ห้า-ต้องมีพลังหรือมีอิมแพคที่สามารถสะเทือนความรู้สึกของคนที่ได้พูดคุย ได้ฟังเพลง หรือได้ชมโชว์ของพวกเขาได้ ฯลฯ เอาจริงๆ สิ่งเหล่านี้ฟังดูเป็นนามธรรมมาก แต่หากวัดผ่านไม้บรรทัดส่วนตัว จากการได้สัมผัสกับวงแบบใกล้ชิดผ่านการสัมภาษณ์พวกเขาเมื่อหลายเดือนก่อน ผมรู้สึกว่าพวกเขามีคุณสมบัติเหล่านี้อย่างเต็มเปี่ยม และในงานโครตอินดี้เมื่อคืนที่ผ่านมา พวกเขาได้ตอกย้ำให้สิ่งเหล่านี้ชัดเจนขึ้นไปอีก กับการแสดงสดที่ทรงพลังและเปี่ยมไปด้วยจิตวิญญาณ เพลงซึ้งที่อีโมชั่นนอลขั้นสุดอย่าง Hello Mama เพลงช้าชวนหลงใหลที่มากับซาวด์หวานหยดย้อยอย่าง เป็นตะลิโต เพลงจังหวะสนุกแกมขี้เล่นอย่าง Pattaya Lover หรือจะเป็นเพลงเดือดๆ อย่าง แดงกับเขียว ที่เปรียบเสมือนเพลง บัวลอย ของ คาราบาว หรือ หนุ่มน้อย ของ พงษ์สิทธิ์ คัมภีร์ แห่งยุคสมัยนี้ ทั้งๆ ที่พวกเขามีเพลงในสต็อกแค่ไม่กี่เพลง แต่สามารถก้าวขึ้นมาเป็นเฮดไลน์หลักของงานครั้งนี้ได้อย่างเต็มภาคภูมิ และยังสามารถตรึงผู้ชมกว่าหลายร้อยคนให้จับจ้องกับโชว์ของพวกเขาอย่างไม่คลาดสายตา นี่ไม่ใช่เรื่องธรรมดาสำหรับวงที่ก่อตั้งมาได้ขวบปีเศษ ผมคิดว่าพวกเขาคือเพชรเม็ดน้ำงามแห่งวงการเพลงเพื่อชีวิตต่อจากนี้ ที่สำคัญคือ พวกเขาไม่ได้มาเพื่อจะเป็นคาราบาว, คาราวาน, พงษ์สิทธิ์ คัมภีร์ หรือใครๆ ก็ตาม แต่พวกเขามาเพื่อจะเป็น “ไททศมิตร” หากยังคงยืนระยะได้แบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ ไม่ช้าก็เร็ว พวกเขาต้องกลายเป็นวงดนตรีที่มีอิทธิพลต่อผู้คนในระดับประเทศได้แน่นอน และเมื่อถึงตอนนั้น “วงดนตรีเพื่อชีวิตแห่งยุคสมัยใหม่” คำกล่าวนี้คงไม่เกินจริงไปนัก  

 

Playground ตำนานที่อยู่คู่กับโครตอินดี้มาอย่างยาวนาน

เห็นผู้จัดบอกบนเวทีว่าหากนับงานโครตอินดี้ที่จัดขึ้นครั้งแรก จนถึงตอนนี้ก็ 20 ปีมาแล้ว และวงที่เติบโตคู่กับโครตอินดี้มาโดยตลอดก็คือ Playground เป็นวงที่เล่นทุกปีไม่เคยพลาดสักครั้ง ก็เลยถึงบางอ้อทันที เพราะเอาจริงๆ ตอนโครตอินดี้ครั้งแรกๆ ผมก็ไม่ทันเหมือนกัน ตอนนั้นยังเด็กมาก ตอนนี้ก็รู้แล้วว่าทำไมงานโครตอินดี้ถึงต้องมี Playground เป็นขาประจำ ตอน Playground ขึ้นรู้สึกจะดึกมากๆ แล้ว ตีสองเห็นจะได้ ทำให้ผู้ชมบางส่วน ไม่สิ หลายส่วนเลยแหละ ทยอยเดินทางกลับกันไปบ้าง แต่ก็จะมีสาวกเดนตายที่โตมากับเพลงของพี่ๆ เขายังคงปักหลักต่อไป หนึ่งในนั้นมีผมละคนหนึ่ง ฮา มาถึงพี่ๆ ก็จัดเพลง ปล่อยวาง ก่อนเลย ทำเอาความทรงจำวัยเด็กพรั่งพรูมาเต็ม หลังจากนั้นก็ตามมาอีกหลายเพลง ไม่ว่าจะเป็น Soul Mate, เรื่องสมมติ และ มุม ที่พออินโทรขึ้นเท่านั้นแหละ นึกถึงช่วงที่หัดดีดกีตาร์ใหม่ๆ เลย ก่อนที่พล่ากุ้งจะออกมาเซอร์ไพรส์ และเล่นเพลงโครตวาไรตี้อย่างเพลง เนื้อ และ สุดหล่อ ยอมรับว่าตอนนั้นแอบหาวๆ นิดหน่อย เนื่องจากส่วนตัวไม่ค่อยอินกับเพลงแบบนี้เท่าไหร่ แหะๆ หลังจากนั้น Playground ก็กลับมาจัดเพลงยุคที่พวกเขายังเป็นอินดี้แบบเต็มตัวอย่าง กังฟู ที่บอกเลยว่าโครตชอบ จนต้องกลับไปตามหาฟังงานเก่าๆ ของพี่ๆ เขาเลยทีเดียว และก็มาถึงเพลงสุดท้าย ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเพลงแห่งความทรงจำที่ผมมีต่อ Playground นั่นคือเพลง อยากให้ช่วงเวลาเหล่านี้อยู่กับเราไปนานๆ ได้ไหม แม้ชื่อเพลงจะยาวมาก แต่ก็เพราะมากเช่นกัน การได้ร้องเพลงนี้ร่วมกับทุกๆ คนที่ยังหลงเหลืออยู่อันน้อยนิด ในเพลงที่เรารักที่สุดเพลงหนึ่งของวงดนตรีที่เราเติบโตมากับเขาช่วงวัยทีน เป็นอะไรที่ฟิน และอบอุ่นยิ่ง

 

______________________________________________________________________________________________________________

เพิ่มเติม

- รู้สึกเหมือนบางวงจะไม่ได้เช็คซาวด์กันด้วย ประมาณว่าขึ้นแล้วใส่กันเลย เพราะฉะนั้นอาจทำให้ซาวด์ที่ออกมาค่อนข้างไม่เต็มเท่าที่ควร แต่เข้าใจว่าอาจมีข้อจำกัดบางอย่างที่ทำให้เป็นแบบนี้

- ตอนดึกๆ ดูเหมือนพื้นดินบริเวณงานจะเปียกชุ่มไปด้วยน้ำส้วม (คาดว่าระบายออกมาจากรถสุขาที่ถังเก็บของเสียเต็ม) ซึ่งส่งกลิ่นเหม็นมากเลยครับ โดยเฉพาะบริเวณเวที A และ B ค่อนข้างเดินลำบาก แถมกลิ่นของเจ้าพวกนี้ยังรบกวนอรรถรสในการชมคอนเสิร์ตอีกด้วย

- เวลาขึ้นแสดงของศิลปินแต่ละเวทีมีความล่าช้ากว่าในตารางพอสมควร (บางวงเลทเกินครึ่งชั่วโมง) ทำให้แผนที่วางไว้รวน และพลาดวงที่อยากดูหลายวง TT

 

 

 

เขียน - ต้นไม้ไขลาน

ภาพ - FB Taitosmith, FB Safeplanet, IG Salapor

 

 
 
 Blastmag 2016. All right