+66 81 692 3961
leesic@gmail.com
  


Zweed N’ Roll - The First Full Concert Zweed N’ Roll - The First Full Concert Zweed N’ Roll - The First Full Concert


 2020-03-02 15:07:54

    

ในภาพอาจจะมี 6 คน, คนที่ยิ้ม, ฝูงชน

 

ใครต่อใครมักกล่าวกันว่าเดือนมกราคมแห่งปี 2020 นี้ช่างผ่านไปอย่างเชื่องช้า ผิดกับกุมภาพันธ์ที่แป๊บๆ ก็สิ้นเดือนเสียแล้ว เช่นเดียวกับความฝันของ Zweed N’ Roll ที่จะจัดคอนเสิร์ตของตัวเอง นับตั้งแต่หลายปีก่อน พวกเขาแค่จะตั้งวงขึ้นเพื่อเล่นกลางคืนเท่านั้น ทว่าไม่กี่อึดใจ คอนเสิร์ตครั้งใหญ่ของพวกเขาก็ปรากฏตรงหน้าดิฉันเสียแล้ว

 

หากคุณผู้อ่านท่านใดไม่รู้จัก Zweed N’ Roll มาก่อน วงนี้เริ่มต้นด้วยจุดเล็กๆ อย่างการเล่นกลางคืนเหมือนวงอื่นๆ พวกเขาฝ่าด่านอรหันต์ในการเป็นศิลปินด้วยการใช้บทเพลงแทรกซึมถึงส่วนละเอียดอ่อนของจิตใจผู้ฟังจำนวนมาก ณ วันนี้ Zweed N’ Roll เข้าตาของโปรโมตเตอร์ที่จัดคอนเสิร์ตให้ศิลปินต่างประเทศมานับไม่ถ้วนอย่าง Be Hear Now งานนี้ถือเป็นงานแรกที่โปรโมเตอร์ยักษ์ใหญ่เจ้านี้จัดให้ศิลปินไทย

 

ในภาพอาจจะมี 9 คน, ฝูงชน

 

เนื่องด้วยสถานการณ์ไวรัส COVID-19 ทีมงานจึงสแกนไข้ก่อนเข้างาน และเตรียมหน้ากากอนามัยแจกให้ผู้ชมทุกคน แม้ดิฉันจะไปถึง MoonStar Studio ตั้งแต่ไก่โห่ แต่ก็พบกับแฟนคลับมากมายที่มาจับจองของที่ระลึกต่อแถวกันยาวเหยียด หลังจากเดินผ่านฝูงชนก้าวเข้าไปในคอนเสิร์ตฮอลล์ ความคึกคักภายนอกนั้นถูกดับสิ้นด้วยการสร้างบรรยากาศวังเวง ดิฉันถูกมอมด้วยเครื่องดื่มในมือ และแสงสีฟ้ากับเสียงแอมเบียนท์ใต้น้ำอันเป็นธีมหลักของงานนี้อยู่พักใหญ่ ถึงจะได้ยินเสียงกลุ่มเครื่องสายซาวด์เช็กบนเวที ตามด้วยเสียงเชียร์โห่ร้องดังขึ้นตอนที่สมาชิกเดินขึ้นเวที เมื่อดนตรีเริ่มบรรเลง ดิฉันก็ถูกเชื้อเชิญให้ดิ่งไปกับมหกรรมของบทเพลงเศร้าสร้อยแสนงดงาม

 

อารัมภบทด้วยท่อนสั้นๆ ของ “Blow Over” กลุ่มเครื่องสายและเปียโนซึ่งมาเติมเต็มเครื่องดนตรีหลักของวงช่วยเสริมความอลังการให้คอนเสิร์ตครั้งนี้ วงทิ้งดนตรีไว้ให้ชวนติดตามด้วยเปียโนที่บรรเลงคอร์ดอ่อนหวาน ในขณะเดียวกันมีเสียงไวโอลินลากตัวโน้ตที่กัดกันค้างไว้ ทำให้เกิดความรู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างที่มาคุในจิตใจยังไม่จบสิ้น...

 

ในภาพอาจจะมี หนึ่งคนขึ้นไป, ผู้คนอยู่บนเวที และ ผู้คนกำลังเล่นเครื่องดนตรี

 

ก่อนจะคลี่คลายเป็นซิงเกิลแรกของวง นั่นคือ “ธันวาคม” เพลงรักที่เนื้อหาไม่เศร้า แต่ฟังดูแล้วก็ยังเศร้าด้วยซาวด์ดนตรีเยียบเย็นและน้ำเสียงชวนขนลุกของพัด - นักร้องนำ ซึ่งละม้ายกับเสียงร้องของ Thom Yorke จบเพลงนี้ดิฉันพยักหน้าหงึกหงักและคิดในใจว่าวงนี้เกิดมาสนองหนีดแฟนเพลงของ Radiohead ยุคแรกแท้ๆ เชียว

 

Zweed N’ Roll ยั้งให้คนดูไม่ดิ่งไปกว่านี้ด้วยการเล่นเพลงที่มีจังหวะอยู่บ้างตามมา นั่นคือ “อยู่” และ “ทุกวัน” เราได้ยินเสียงร้องเสียงยาวแถมท้ายด้วยการเหินเสียงขึ้นไปเป็นอันแสดงถึงมรดกจาก The Cranberries วงยังดำเนินการป้อนความเศร้าต่อไปโดยไม่เว้นช่วงว่างด้วย “Always” และเพลงที่มี ตุลย์ ไวฑูรเกียรติ ศิลปินรับเชิญขึ้นมาฟีเจอริ่งอย่าง “ฉันเชื่อในการจากลา ฉันจึงมาหาหนทางของเรา” 

 

ไม่มีคำอธิบายรูปภาพ

 

เมื่อจบเพลง เวทีเปลี่ยนเป็นแสงสีแดงฉาน ตุลย์อ่านกวี “ราตรีสวัสดิ์ ราตรี” อย่างดุดันขึ้นเรื่อยๆ สิ้นเสียงก้องที่ประกาศกร้าวว่า “ราตรีสวัสดิ์ ราตรี อีกไม่กี่วินาที ก่อนเธอหลบหนี อวสาน....” เครื่องสายก็โอบอุ้มเวทีไว้ด้วยเสียงประสานที่ต่างเฉดไปจากช่วงแรก ถือเป็นบทเริ่มต้นของอีกช่วงหนึ่งของคอนเสิร์ตที่ว่าด้วยความเจ็บปวดรวดร้าว

 

ความโกรธเกรี้ยวกึกก้องอย่างต่อเนื่องผ่าน “Another Dimension” เพลงที่ดนตรีหนักขึ้น มีการเล่นกับมวลรีเวิร์บอื้ออึงที่ก่อตัวเป็นเสียงหอนบางระยะ ต่อด้วย “Linger” และ “Lies”

ซึ่งหนักหน่วงขึ้นอีก มีช่วงให้ทั้งทัน ปูน มิน และนิว นักดนตรีทั้งสี่ได้สาดพลังอย่างเมามัน ความระอุนี้ถูกดับด้วยเสียงกีตาร์โปร่งเบาบางในเพลงถัดมา นั่นคือ “Diary” จบประโยค “ทิ้งไว้ในไดอารีสีดำ” พัดพูดว่า “ขอบคุณค่ะ”  ซึ่งเป็นการพูดกับคนดูเป็นครั้งแรกในคอนเสิร์ตนี้ หลังจากขอบคุณผู้มีส่วนช่วยต่างๆ ในงาน วงพูดว่าต่อไปจะเป็นเพลงสุดท้ายแล้ว ริฟฟ์กีตาร์อันโหยหาที่คุ้นหูดังขึ้น ผู้ชมรู้ทันทีว่านี่คือเพลงที่ทำให้หลายคนน้ำตารื้นและเปิดซ้ำวนไปวนมาอย่าง “ช่วงเวลา” 

 

ในภาพอาจจะมี หนึ่งคนขึ้นไป

 

จบเพลงสุดท้าย คนดูตะโกนเรียกร้อง “เอาอีก” “เอาอีกกกก” “กรี๊ด เอาอีกกกกกก” วงก็ยังไม่ออกมา เห็นแต่สเตจขึ้นมาเซ็ทโซฟาที่หน้าเวทีเป็นเวลาสักพักใหญ่ กระนั้น ผู้ชมก็ยังคงรอคอยพวกเขาอยู่เต็มฮอลล์ จนสมาชิกปรากฏขึ้นในภาพนั่งบนโซฟาอย่างเป็นกันเอง 

 

ในภาพอาจจะมี 1 คน, กำลังนั่ง และ กลางคืน

 

ผู้ชมที่ยังคงรออยู่นั้นไม่ผิดหวัง เพราะวงได้เล่นเพลงที่ยังไม่เคยปล่อยที่ไหนมาก่อนในแบบอะคูสติกอบอุ่น เพลงหนึ่งมีเนื้อร้องติดหูว่า “อยากมีความหมาย”  และอีกเพลงที่เพิ่งแต่งเสร็จเมื่อวาน เป็นการตอบกลับเพลงแรกด้วยเนื้อร้องที่แสดงถึงชีวิตที่มีความหมายแล้ว 

 

การรอคอยให้พวกเขากลับขึ้นมาบนเวทีอีกครั้งนั้นคุ้มค่า เพราะเราได้เห็นโมเมนต์น่ารักปนตลกหน้าตายของคนในวง และที่พิเศษสุดคือเพลง “ช่วงเวลา” ที่มีแขกรับเชิญผู้เรียกเสียงกรี๊ดกร๊าดของผู้ชมอย่าง “เอ้ กุลจิรา” ที่เคยร้องเพลงฟาดฟันกับพัด จนทำให้เอพิโสดนั้นในรายการ The Voice เป็นตอนที่น่าติดตรึงใจ เพลง “ช่วงเวลา” ในเวอร์ชั่นอะคูสติกที่ละมุนอ่อนหวานนั้นยิ่งส่งท้ายคนดูด้วยความเศร้ายิ่งขึ้นไปอีก 

 

ในภาพอาจจะมี 1 คน, อยู่บนเวที, กำลังเล่นเครื่องดนตรี และ กีตาร์

ในภาพอาจจะมี หนึ่งคนขึ้นไป, ผู้คนอยู่บนเวที, คอนเสิร์ต และ กลางคืน

 

จบคอนเสิร์ต ดิฉันเห็นคนดูที่ยืนข้างๆ น้ำตานองหน้า เพื่อนที่มาด้วยกันถามว่า “ไหวไหม”  แน่นอนว่าหลังจากโดนเอฟเฟกต์ความโศกจับใจของ Zweed N’ Roll เข้าไปแล้ว เธอตอบเพื่อนด้วยคำตอบที่ดิฉันคาดไว้ 

 

“จะเหลือหรอ!” 

 

 

 

เขียน : ปภาณิน เกษตรทัต

ภาพ : Be Hear Now

 

 
 
 Blastmag 2016. All right