+66 81 692 3961
leesic@gmail.com
  


H3F ไวรัสสายพันธุ์ใหม่ที่แพร่เชื้อความสุขด้วย R&B/POP สุดกลมกล่อมในงานเปิดอัลบั้ม FAMILY PRODUCT H3F ไวรัสสายพันธุ์ใหม่ที่แพร่เชื้อความสุขด้วย R&B/POP สุดกลมกล่อมในงานเปิดอัลบั้ม FAMILY PRODUCT H3F ไวรัสสายพันธุ์ใหม่ที่แพร่เชื้อความสุขด้วย R&B/POP สุดกลมกล่อมในงานเปิดอัลบั้ม FAMILY PRODUCT


 2020-03-16 00:17:43

    

 

อย่างที่รู้กันว่าสถานการณ์ในบ้านเราตอนนี้ไม่ค่อยจะสู้ดีเท่าไหร่ ไหนจะฝุ่นเอย ไวรัส COVID-19 เอย เล่นทำเอาคอนเสิร์ตหลายงานทยอยเลื่อนไปตามๆ กัน ช่างเป็นเดือนมีนาที่อับเฉาจริงๆ จะเหลือรอดอยู่ไม่กี่งาน ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือคอนเสิร์ตเปิดอัลบั้ม Family Product ของ H3F ในคืนวันศุกร์ 13 มีนาคมLido Connect ที่ผ่านมา แน่นอน งานนี้พลาดไม่ได้ด้วยประการทั้งปวง

 

 

ย้อนกลับไปปีที่แล้วในคอนเสิร์ตใหญ่ของคู่หูแห่งท้องทะเล Whal & Dolph ผมมีโอกาสได้เห็นชายร่างบางคนหนึ่งกำลังยืนโซโล่กีตาร์อยู่ท่ามกลางแสงแบ็คไลท์บนเวที ซาวด์กีตาร์จัดจ้านของเขากับสำเนียงบลูส์ที่ชวนให้นึกถึง จอห์น เมเยอร์ สะกดผมอยู่หมัด จนเกิดคำถามตามมาในหัวว่า นายเป็นใครวะ? และก็ได้มารู้ทีหลังว่า ชายคนนั้นคือ ‘ก้อง’ ร้องนำและมือกีตาร์จากคณะ H3F นั่นเอง

 

หลังจากนั้นก็เรียกได้ว่ากรอกใบสมัครเป็นแฟนเพลงของวงนี้ไปเป็นที่เรียบร้อย รวมถึงตามไปดูโชว์ของพวกเขาบ้างในบางโอกาส เวลาเพียงปีสองปีที่ H3F ก้าวขึ้นมาในฐานะศิลปิน ถือว่าน่าสนใจทีเดียวที่พวกเขาสามารถสร้างฐานแฟนเพลงได้มากขนาดนี้ สังเกตจากคนที่มางานในวันนี้ที่ค่อนข้างอุ่นหนาฝาคลั่งทีเดียว (คาดว่าหากสถานการณ์ปกติคนน่าจะเยอะกว่านี้ด้วย)

 

 

1. เปิดงานด้วยศิลปินสุดติสท์อย่าง Ammy The Bottom Blues ที่หอบเอาดนตรีโฟล์กแบบวินเทจมาบรรเลงให้เราฟังกันก่อน เสียงกีตาร์โปร่งสองตัว กับแอกคอร์เดียน ที่คลอเคลียไปกับเสียงร้องแผ่วๆ ของแอมมี่ เป็นความไพเราะแสนเรียบง่ายและเป็นกันเองยิ่ง นอกจากนี้เรายังได้เห็นแอมมี่เล่นกีตาร์โปร่งกับเอฟเฟกต์เป็นครั้งแรกอีกด้วย (ก้อง H3F เป็นคนซื้อให้) ซึ่งถือว่าเพิ่มมิติให้กับซาวด์ดนตรีในโชว์ของเขามากขึ้น นอกจากแอมมี่แล้ว ยังมีเพื่อนรุ่นพี่ของ H3F ขึ้นมาเล่นอีกสองเพลง พี่คนนี้มีเซ้นต์ความเป็นตลกสูงมาก คือพูดอะไรคนก็ยิ้มคนก็ขำไปหมด ฮ่าๆ เพลงแรกเป็นเพลงที่แต่งขึ้นมาใหม่ ส่วนอีกเพลงคือ Just Sayin’ ในเวอร์ชั่นภาษาไทย บอกตามตรงว่าไม่ได้คาดหวัง แต่ปรากฏว่า เฮ้ย ดีเฉย ทั้งเนื้อหาของเพลงที่แปลงออกมาได้ครบถ้วน มีสัมผัส ที่สำคัญคือไม่โกงคำด้วย ในขณะเดียวกันก็แฝงมุกตลกเอาไว้ให้ได้ยิ้มมุมปากอย่างพอดิบพอดี

 

 

2. H3F เปิดหัวด้วย Can’t Change a Thing เพลงจังหวะสนุกที่เสมือนคำเชื้อเชิญให้ทุกคนขยับร่างกายไปพร้อมกับพวกเขา จากนั้นอินโทรสีหวานจาก City Light ก็บรรเลงขึ้น เสียงเครื่องเป่าที่ผสานเข้ามาในเพลงชวนให้รู้สึกถึงความสวยงามที่แฝงไปด้วยความเหงาที่ต้องเผชิญอยู่ในเมืองใหญ่แห่งนี้จริงๆ ก่อนไปโยกเบาๆ ต่อกับ Half Measures แน่นอนว่าพระเอกของเพลงคือกีตาร์และทรัมเป็ต พอเล่นคู่กันแล้วโครตเนียนหู ส่วนการร้องได้เสียงคอรัสของสาวๆ มาโอบอุ้มคลอเคลียไปกับเสียงต่ำของก้องได้อย่างกลมกลืน

 

 

3. จบเพลง หม่อมโชว์โซโล่เบสพอกระษัย ก่อนจะสับสปอตไลท์กลับไปให้ก้องที่กำลังขึ้นอินโทรเพลง A Place to Cry ในขณะเดียวกันทุกคนก็ตะโกนร้องตามเมโลดี้กีตาร์ของก้องอย่างพร้อมเพรียง ต้องยอมรับว่าเมโลดี้กีตาร์ของ H3F มีความติดหูมากๆ ในหลายๆ เพลงแค่ขึ้นโน้ตแรกมาก็รู้ทันทีว่าเพลงอะไร นี่คือหนึ่งในความสำเร็จของคนแต่งเพลงป็อปอย่างแท้จริง จากนั้น Time’s Not a Friend เพลงใหม่ของพวกเขาที่เพิ่งปล่อยเอ็มวีออกมาถูกเสิร์ฟต่อทันที ก่อนจะเปลี่ยนมานั่งเล่นกันบ้างกับเพลงเศร้าๆ อย่าง I’ll Be Ok เวอร์ชั่นนี้ได้เชลโลเข้ามาเสริมช่วยเพิ่มบรรยากาศอึมครึม บางครั้งการทำใจก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ว่ามะ?

 

 

4. และก็มาถึงเพลง Just Sayin’ ที่ต้องบอกว่าชั่วโมงนี้คือหวานเจี๊ยบขั้นสุดชนิดที่ว่าอาฟเตอร์ยูยังเรียกพี่ เสียงเครื่องเป่าในเพลงให้กลิ่นอายโรแมนติกแบบโซลยุคเก่า ช่วงกลางเพลงก้องให้ปิงเป็นคนโซโล่แทน การอิมโพรไวส์ของปิงอาจจะไม่ได้หวือหวาเท่าที่ควร แต่ก็ถือว่าทำได้ไม่เลวเลยทีเดียว สุดท้ายก้องก็เข้ามารับไม้ต่อ และจัดโซโล่แบบคนบลูส์ตัวจริงให้ยลเป็นขวัญตา โดยส่วนตัวรู้สึกว่าถ้าเปลี่ยนให้ทั้งสองคนมาโซโล่ร่วมกันแบบรับส่งไปมาน่าจะมันส์กว่านี้

 

5. Be Your Man เพลงนี้ได้นิค จาก Temp. มาร่วมแจมด้วย รู้สึกว่า H3F เลือกคนมาฟีทได้ถูกคนมาก ทั้งเสียงและภาพจำที่เรามีต่อนิคและ Temp. คือมันไปด้วยกันได้ดีจริงๆ

 

 

6. All Your Love เสิร์ฟออกมาตัดเลี่ยนได้ถูกจังหวะ กีตาร์มีความฟังก์ชวนคึกคักดึ๋งดั๋งมากๆ รู้สึกได้ทันทีว่าขณะนี้แข้งขาของทุกคนเริ่มจะอยู่ไม่สุกกันแล้ว ราวกับมี Dacing Pad แปะอยู่ที่พื้นยังไงยังงั้น ท่อนโซโล่ตาก้องยังจัดเต็มเหมือนเดิม ไม่รู้พี่แกกินจอห์น เมเยอร์ เข้าไปรึเปล่า สำเนียงคือได้มาก บอกตามตรงว่าตอนนี้กระป๋องเบียร์ในมือถึงกับสั่น

 

 

7. How Can I เพลงสร้างชื่อและเป็นเพลงสุดท้ายในอัลบั้มที่พวกเขาหยิบมาเล่นในวันนี้ ความพิเศษคือได้ พี่ว่าน Mattnimare ออกมาร้องด้วย เห็นแกบอกว่าเดิมทีก่อนที่เพลงนี้จะออก แกเคยแนะนำให้ H3F ลองใส่เสียงประสานแบบคนผิวสีเข้าไปด้วยตอนท้ายเพลง (แต่เพลงจริงๆ ไม่มี) เพราะฉะนั้นวันนี้แกเลยอยากมาทำฝันให้เป็นจริง โดยจำลองลิโด้ให้เป็นเสมือนโบสถ์ และให้คนดูทุกคนเป็นนักร้องผิวสี ส่วนแกบอกเดี๋ยวแกเป็นบิ๊กมาม่าให้ ฮา ชื่นชมในไอเดียของแกนะ ผมว่าเข้าท่าเลยแหละ มันทำให้ How Can I เวอร์ชั่นนี้ดูแปลกใหม่และเอนเตอร์เทรนมากขึ้น ต้องบอกว่าวันนั้นพี่ว่านแกท็อปฟอร์มจริง พลิ้วมาก และอย่างกวนตีน ฮา

 

 

8. จบเพลงทุกคนเดินลงจากเวที ก่อนจะปล่อยให้คนดูอังกอร์กันพอหอมปากหอมคอ ไม่นานก้องเดินกลับขึ้นมาบนเวทีอีกครั้ง “เมื่อกี้เรียกว่า… ลงไปแอคนะครับ ฮ่าๆ” ก้องพูดแกมตลกกับคนดูก่อนจะหยิบกีตาร์มาอุ่นเครื่องร่วมกับเพื่อนๆ ในวง และริฟกีตาร์สุดเท่ในเพลง Ain’t Coming Home ก็ดังขึ้น เปรียบเสมือนเครื่องทาแมชชีนที่พาเราย้อนกลับไปยังคลับเล็กๆ ใน Texas ยุค 60s สมัยที่ดนตรีบลูส์ร็อกเฟื่องฟูขีดสุด การกระทำชำเรากีตาร์อย่างเมามันของก้องในท่อนโซโล่ รวมถึงซาวด์ที่เปี่ยมไปด้วยจิตวิญญาณ ชวนให้ผมอดคิดถึงศิลปินระดับตำนานอย่าง Stevie Ray Vaughan ไม่ได้จริงๆ เป็นโชว์ที่แผดเผาหัวใจของผมให้เละเป็นจุน ขอซูฮกในความเจ๋งของพวกนายมากๆ


 

9. โดยรวมซาวด์ในวันนี้ถือว่ายอดเยี่ยม แทบไม่มีข้อบกพร่องอะไรให้เห็นเลย การเพอฟอร์มของทั้งสี่คนก็เรียกว่าคุณภาพมากๆ อาจจะมีประหม่าบ้างเล็กน้อย และมีเดดแอร์ตอนพูดในบางที แต่ไม่ได้ถึงกับหนักหนาอะไร ส่วนไลท์ติ้งและวิชวลยังถือว่าธรรมดา แต่ข้อดีคืออย่างน้อยก็ทำให้เราได้โฟกัสอยู่กับวงอย่างเต็มที่

 

 

10. ผมพูดเสมอว่า H3F คือดาวดวงใหม่ที่รอวันเฉิดฉายอย่างสง่างามในสักวัน เหตุผลมีไม่กี่อย่าง อย่างแรกคือพวกเขามีฝีมือ ทำเพลงเก่ง มีเซ้นต์ป็อป และรู้ว่าอะไรควรใส่ตรงไหนอย่างไร ราวกับมีคู่มือมากางอยู่ตรงหน้า สองคือมีภาพลักษณ์ที่ดี คาแรคเตอร์ชัดเจน แม้จะพูดไม่เก่ง แต่มีเสน่ห์ชวนหลงใหล สามคือมีคอนเนคชั่น ปฎิเสธไม่ได้ว่าการที่วงอินดี้หนึ่งวงจะเติบโตได้อย่างแข็งแรงนั้นต้องอาศัยเพื่อนฝูงพอสมควร พวกเขามีภาษีดีที่เรียนคณะดนตรี ทำให้รู้จักคนเยอะ และมีคนเก่งๆ เข้ามาช่วยสนับสนุนมากมาย (ดังจะเห็นในคอนเสิร์ตครั้งนี้ที่ก้องพูดขอบคุณหลายๆ ฝ่ายที่เข้ามาช่วยเหลือพวกเขาเต็มไปหมด)

 

11. อยากให้ลองติดตามวงไทยดีๆ แบบนี้เอาไว้ครับ ที่สำคัญอัลบั้ม Product Family ของพวกเขาที่ปล่อยออกไป ควรคู่แก่การฟังและซื้อมาเก็บอย่างยิ่ง

 

 

 

เขียน - ต้นไม้ไขลาน 

ภาพ - Stamparin

  

 
 
 Blastmag 2016. All right