+66 81 692 3961
leesic@gmail.com
  


Covid-19 ผลกระทบที่ยังมองไม่เห็นแสงสว่าง Covid-19 ผลกระทบที่ยังมองไม่เห็นแสงสว่าง Covid-19 ผลกระทบที่ยังมองไม่เห็นแสงสว่าง


 2020-03-18 19:08:06

    

 

หลังจากการระบาดของไวรัสตีวงกระจายไปทั่วโลก ณ ขณะนี้  มีหลายประเทศล็อคดาวน์ฉีดยาแรงเพื่อเจ็บวันนี้ก่อนที่จะสายแล้วค่อยกลับมากระตุ้นเศรษฐกิจอีกครั้งเมื่อทุกอย่างคลี่คลาย  ทุกสาขาอาชีพได้รับผลกระทบ เช่นเดียวกับวงดนตรี ศิลปิน งานเอนเตอร์เทนเม้นต์ ผู้ให้เช่าระบบเสียง บริษัทอีเว้นท์ต่าง ๆ รวมถึงบรรดาทีมงาน สเตจแฮนด์ เทคนิคเชี่ยนตำแหน่งต่าง ๆ บนเวที ว่างงานกันยาว ๆ ถึงกับต้องใช้คำว่า นั่งนอนจนเป็นแผลกดทับ  ครั้นยังส่งผลกระทบไปยังบรรดาอาชีพสื่อสายบันเทิงด้านดนตรีที่แทบจะไม่มีอะไรให้ดู ให้เขียนรีวิวงาน ทีมพีอาร์งานก็พลอยไร้ข้อมูลและเนื้อข่าวเพื่อการเขียนประชาสัมพันธ์เฉกเช่นแต่ก่อน

 

ความหนักใจ และสร้างความอึดอัดให้กับผู้ประกอบการธุรกิจบันเทิง ผับ บาร์ คือวันหนึ่งจะมีมาตรการฉีดยาแรงโผล่ออกมาแน่นอน และวันนี้ก็มาถึง การประกาศปิดสถานบันเทิงทั่วกรุง ตั้งแต่ 18-31 มีนาคม นี้  (รวมถึงสถานศึกษา ความบันเทิงทุกชนิด) จริง ๆ แล้วจากการคาดการณ์ของคนสายธุรกิจจัดอีเว้นท์คอนเสิร์ตก็คาดการณ์ไว้ล่วงหน้าว่ายังไงวันนี้ก็ต้องเจอ  อย่างฟากยุโรปเมื่อเดือนมกรคม ถึง กุมภาพันธ์ ตารางทัวร์คอนเสิร์ตยังคงดำเนินอย่างต่อเนื่อง ซึ่งตรงกันข้ามกับฟากเอเชียที่เป็นจุดเริ่มต้นของเชื่อไวรัสที่เมืองอู่ฮั่น ซึ่งเมืองอู่ฮั่นเป็นได้ปิดเมืองเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 23 ม.ค.63 ปักหมุดเป็นวันประวัติศาสตร์โลกอีกหนึ่งเหตุการณ์ และนั้นก็เป็นจุดเริ่มของการ  Reschedule และ  Postponed ของบรรดาวงดนตรี ศิลปินเบอร์ใหญ่ทุกเบอร์ เพราะการจับจ่ายซื้อตั๋วมียอดลดลงต่อเนื่อง (บางศิลปินโพสท์บอกเองเลยก็มี) 

 

 

เท่าที่ได้รับข่าวสารและส่งทีมงานไปชมคอนเสิร์ตครั้งสุดท้ายก็จะเป็นงานของวง Zween ‘n Roll เมื่อวันเสาร์ที่ 29 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ส่วนงานโชว์วงจากต่างประเทศงานสุดท้ายที่เห็นคืองาน Have You Heard? Homeshake Live+Soft Pine ที่ De Commune เมื่อวันจันทร์ที่ 2 มีนาคม 63 และเทศกาลเร้กเก้ Sunset Beach ของเฮฟวี่ ออแกไนซ์ ก็เพิ่งจบไปเมื่อวันเสาร์ที่ 7 มีนาคม ที่ผ่านมา ปิดจบความบันเทิงระดับเอาท์ดอร์งานสุดท้าย หลังจากนั้นงานคอนเสิร์ตทุกงานก็เริ่มทยอยประกาศเลื่อนอย่างไม่มีกำหนดออกมาทีละงานสองงาน และรวมถึงทั้งฝั่งสหรัฐอเมริกาและยุโรปลามไปถึงกิจกรรมทุกชนิด

 

ธุรกิจบันเทิงที่ดูแล้วจะสวนทางกับวิกฤติช่วงนี้ก็เป็น โลกบันเทิงออนไลน์ ซึ่งถ้าเทคโนโลยีการสตรีมมิ่ง หรือ ช่องเวบฯ ยูทูปยังไม่มี ยังคิดไม่ออกว่าการที่เราต้องกักตัวเองไม่ไปไหนนั้นจะทำอะไร อ่านหนังสือ ฟังเพลง เกากีตาร์ไปพลางเล่นกับสัตว์เลี้ยง  จากการสังเกตในหลายเดือนมานี้ ทุกแชแนลความบันเทิง ความรู้ ข่าวสาร มียอดวิวเพิ่มขึ้น จากการถามผู้เชี่ยวชาญด้านนี้ก็ได้ความว่า แพลตฟอร์มยูทูป มีการปล่อยให้ยอดวิวทุกชนิดเพิ่มเพื่อเรียกฐานลูกค้าให้สมัครแบบพรีเมี่ยม และมีการจัด Pop Up Space สอนเทคนิคการทำสื่อฯ การปล่อย การพรีเมียร์ การแชทสด การแสดงสดผ่านแพลตฟอร์ม การจัดโปรแกรม การอัพโหลดอย่างมีกลยุทธ์ ซึ่งทุกค่ายเพลง ศิลปิน วงดนตรี ในบ้านเราตอนนี้ก็ใช้วิธีนี้กันอยู่ งัดทุกสถิติตัวเลขมาทำงานเพลงกันทุกจุด  ถือว่าเป็นช่วงนี้เป็นรายได้อีกช่องทางของคนออนไลน์ ซึ่งน้อยที่สุดการแชร์ผลงาน การแวะไปชม ก็เท่ากับสร้างรายได้ให้กับศิลปินที่คุณชื่นชอบ

 

 

มาตรการการเยียมยาจากภาครัฐ แน่นอนไม่เคยมีสำหรับวงการดนตรี เพราะส่วนใหญ่แล้วยังมองว่าเป็นน้ำพึ่งเรือเสือพึ่งป่าในยามบ้านเมืองปรกติ รัฐโยนงบให้กับบริษัทเจ้าใหญ่หรือผ่านตัวแทน นายหน้ากันอยู่แล้ว แต่ครั้นออกมาตราการเพื่อความปลอดภัยจากโรคติดต่อระดับ Pandemic หรือ การแพร่กระจายของโรคใหม่ไปยังพื้นที่ทั่วโลกตามที่องค์การอนามัยโลกประกาศเมื่อไม่นานมานี้ ยิ่งตอกย้ำว่า การเยียวยาในวิกฤติแบบนี้ไม่มีแน่นอน นอกเสียจากการกลับเข้าสู่สภาวะปรกติ ซึ่งจากการประเมินส่วนตัวมองแล้วว่าน่าจะยังอีกยาวไกลเกินไตรมาสสามแน่นอน ไตรมาสแรก มกราคม - มีนาคม ไตรมาสสอง เมษายน - มิถุนายน ลืมไปได้เลยเพราะ ณ ขณะนี้ผู้คนส่วนใหญ่ยังอยู่ในภาวะวิตกPanic ระดับขั้นรุนแรงจนไม่สามารถกลับเข้าไปสนุกสนานรวมกลุ่มดูคอนเสิร์ตกันได้เหมือนอดีต

 

หากจะให้ความช่วยเหลือเยียวยาในภาคอุตสาหกรรมขนาดย่อม ๆ ของผู้จัดงาน วงดนตรี ศิลปินในโลกออฟไลน์ ควรจะเป็นเรื่องการยกเว้นภาษีรายได้หัก ณ ที่จ่าย ซึ่งจริง ๆ ตอนนี้ทางกรมสรรพกรก็ได้มีการปรับลดลงมาแล้ว จาก 3% เหลือเพียง 1.5% โดยเริ่มจากเดือนเม.ย.-ก.ย. 63 เท่านั้น และจะปรับเป็น 2% ในเดือนต.ค.63 ถึง ธ.ค.64 (โดยผ่านการจ่าย E-Whithholding Tax เท่านั้น) ถ้ามองจากตัวเลขแล้วถือว่าเป็นข่าวดีแต่ถ้ามองให้ลึกแบบคนทำงานเดินดินทุกภาคส่วน น่าจะขยายไปให้เกินปีนี้จะดีมาก เพราะตามที่มองแล้ววงการจัดงานดนตรี คอนเสิร์ตยังอีกยาวไกล ในเมื่ออุปสงค์กับอุปทานสวนทางกัน ก็ยิ่งมีความลำบากมากขึ้นหากจะกลับมาบันเทิงกันได้อีกครั้ง  มั่นใจว่าหาก Tax Free ได้จริง ๆ อย่างน้อยที่สุดคนจัดงานจะได้ไม่ต้องบวกค่าจุกจิกไปเป็นภาระให้กับผู้บริโภค ถือว่าช่วย ๆ กันให้อยู่รอดทั้งหมด รวมถึงคนทำงานในทุกอุตสาหกรรมบันเทิงครับ

 

เราจะกลับมาเห็นไลท์ติ้ง แสง สี ยิงประทัด ระบบเสียงบึ้ม ๆ  ชูแก้วชนดกร่วมกันในงานคอนเสิร์ตอีกครั้งเมื่อทุกอย่างผ่านไปด้วยดี  แต่ตอนนี้อย่าประมาทกับการใช้ชีวิต เริ่ม Social Distance กันไปพลาง ๆ ก่อนนะ

 

 

 

 
 
 Blastmag 2016. All right