+66 81 692 3961
leesic@gmail.com
  


Six Strings Lagacy Volume 1 Six Strings Lagacy Volume 1 Six Strings Lagacy Volume 1


 2020-06-30 14:07:30

    

 

"สำเนียง"

คำๆ นี้ก้องกังวาลอยู่ในหัวผมมาอย่างยาวนาน รู้จักและซาบซึ้งกับมันตั้งแต่เริ่มต้นเล่นกีตาร์ใหม่ๆ และถือเป็นถ้อยคำที่เปลี่ยนชีวิตการเล่นกีตาร์ของผมแทบจะเป็นหลักไมล์แรกในชีวิตเลยครับ

สวัสดีครับ ผมโอ๊ด Street Funk Rollers จากนี้ไปจะขอนำเอาเรื่องราวอันถือได้ว่าเป็น "มรดกตกทอดทางกีตาร์" ที่ประสบพบเจอและเป็นประสบการณ์ทางดนตรี ที่ตั้งเป็นหัวข้อแคปชั่นสวยๆว่า Six Strings Lagacy มาถ่ายทอดให้อ่านกันผ่านตัวอักษร และหวังใจว่าทุกๆ ท่านที่ได้อ่านจะเพลิดเพลิน และยิ่งไปกว่านั้น หากมันสามารถนำไปจนถึงการสร้างแรงบันดาลใจได้ ...นั่นจะเป็นสิ่งที่ยอดเยี่ยมไม่น้อยเลยครับ

ตอนผมเริ่มต้นจับกีตาร์ไฟฟ้าใหม่ๆ ตอนนั้นผมอยู่ในช่วงมัธยมต้น ...

ความคึกคะนองก็เป็นไปตามประสาเด็กวัยรุ่น ซึ่งคงเป็นเหมือนกันทุกยุคทุกสมัย การได้รวมวงกับเพื่อนๆที่ชอบฟังเพลงและเชอบเล่นดนตรีเหมือนกัน เล่นทุกอย่างเท่าที่นึกออกและส่งเพลงมาซ้อมรวมกันได้ อีกทั้งในเวลาเริ่มต้นนั้นเรายังได้อยู่ในตำแหน่งที่อยากอยู่ในวงคือมือกีตาร์โซโล่ ความบ้าบอในความมั่นใจของผมเหมือนยิ่งถูกโหมด้วยไฟ

ทั้งๆที่ในความเป็นจริง เมื่อเรามองย้อนกลับไป นั่นเป็นครั้งแรก(ม.ต้น) ที่เราเพิ่งได้จับกีตาร์ไฟฟ้า หลังจากที่เพาะบ่มและอยู่กับการฟังและแกะเพลง Rock ด้วยกีต้าร์โปร่งของพี่ชายที่มีอยู่ตัวเดียวในบ้านมายาวนาน แน่นอนว่ามันการเล่นกีตาร์ที่ "ห่วยสิ้นดี" หากจะยอมรับกันตรงๆ

และในที่สุด ความเปลี่ยนแปลงก็เดินทางมาถึง ...

วันหนึ่งมีรุ่นพี่มาดูการซ้อมดนตรีของวงผมกับเพื่อนๆ เป็นรุ่นพี่ที่เล่นดนตรีเช่นเดียวกันครับ ผมกับวงก็จัดเต็มกันตามปกติ และส่วนตัวก็มั่นใจในการเล่นเหมือนเคย จนกระทั่งการซ้อมจบลง ขอรวบรัดตัดความมาตรงที่ รุ่นพี่คนนี้พูดกับผมในตอนนั้นว่า "จะเล่นกีตาร์ไฟฟ้าก็หัดรู้จักเครื่องไม้เครื่องมือของเราด้วยนะ ใช้สวิตช์ให้เป็น ใช้โวลลุ่มให้เป็น และหัดเล่นกีตาร์ให้มันมีสำเนียงบ้าง อย่าสักแต่ว่าดีดไปเรื่อย..."

ยังจำความรู้สึกหลังจากได้ยินคำพูดนั้นได้ดี แม้มันจะผ่านมาหลายสิบปีแล้วครับ จำได้ว่าตอนนั้นก้มลงมองที่กีตาร์ เห็นมีทั้งปุ่มโวลลุ่มและซีเลคเตอร์(สวิตช์) แต่ไม่เคยแตะต้องมันเลย ตอนนั้นเหมือนกีตาร์ทั้งตัวหายจากสายตาของเราไปเลย เห็นแต่โวลลุ่มกับสวิตช์ใหญ่โตอยู่ตำตา

และที่สำคัญ สำเนียง เวลานั้นคาใจมาก มันเป็นยังไงนะ ผมเองจากเด็กมั่นใจในการโซโล่กีต้าร์ กลายเป็นเสียทรงไปพักใหญ่ๆ และต้องถอยหลังกลับมาตั้งหลักใหม่ในการเรียนรู้วิธีการเล่นครับ

....นี่ถือเป็นจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ในชีวิตทางดนตรีครั้งแรก เพราะจากเด็กที่เคยแค่เล่นดนตรีเอามันกับเพื่อนๆ ตอนนี้ผมเริ่มเห็นเส้นทางสายหนึ่งเริ่มปรากฎขึ้นชัดเจน นั่นคือการดำดิ่งอยู่กับการฟังเพลง, ฝึกฝนกีต้าร์ในเชิงลึก และออกแสวงหาความหมายของสิ่งที่เรียกว่า สำเนียง

เวลานั้นผมเองถอยกลับมาตั้งหลักโดยเริ่มจากสิ่งที่ผมมีความสุขอยู่แล้วในการทำ นั่นคือการฟังเพลง ผมเริ่มต้นออกตามหาบทเพลงของนักกีตาร์ที่เค้าว่ากันว่าสำเนียงดี เพลงอะไรที่ไม่เคยรู้จักไม่เคยฟังก็ได้เริ่มฟังกันในช่วงเวลานี้ ผมฟังและเริ่มต้นลอกเลียนวิธีการเล่นจากสิ่งที่ได้ยิน แต่ยิ่งลอกเลียนผมเองกลับรู้สึกว่ายังหาสิ่งที่เรียกว่าสำเนียงไม่เจอสักที (แม้จะได้วิธีการเล่นใหม่ๆจากการลอกเลียนหรือแกะเพลงนั้นๆ) ผมเลยหยุดแกะเพลง แล้วกลับมานั่งฟังอย่างเดียว

 


 

จนอยู่มาวันหนึ่ง ท่ามกลางเทปกองพะเนิ่นที่นั่งฟังอยู่นั้น ผมได้ยินเพลง Blues For Salvador ของ Santana จากเทปคาสเซ็ตของพี่ชาย อะไรบางอย่างในเพลงผลักให้ผมหยิบกีต้าร์ขึ้นมาเล่นอีกครั้ง คราวนี้ไม่ใช่การแกะเพลงแล้วครับ

แต่เหมือนแจมไปกับเพลง...รู้สึกอะไรก็ดีดมันออกมา

ในเวลานั้นผมเจอบางอย่างจากการเล่นตามเพลงๆนี้ ผมได้ยินความรู้สึกของ คาร์ลอส ซานตาน่า ผ่านออกมาทางเสียงกีตาร์ของเขา เมื่อเพลงจบ ผมได้สติปัญญาทันทีว่า สิ่งที่ซานตาน่าเล่นคือการเล่นที่มีสำเนียง และถ้าจะให้มองอย่างลึกซึ้งด้วยอายุผมแบบปัจจุบันนี้

นี่เป็นการสื่อสารระดับจิตวิญญาณกับจิตวิญญาณ...เพราะดนตรีคือสื่อกลางของสิ่งนี้

เพลง Blues for Salvador มาจากผลงานเดี่ยวของ คาร์ลอส ซานตาน่า ในชื่อเดียวกัน ไม่ต้องสับสนว่าทำไมถึงเรียกว่าเป็นงานเดี่ยว เพราะในความเป็นจริง Santana เป็นชื่อวงที่มาจากนามสกุลของแกนั่นแหละ โปรเจค Blues for Salvador ถือเป็นผลงานเดี่ยว และเวอร์ชั่นที่ผมฟังแล้วมี Story ชีวิตนี้เกิดขึ้นเป็นเวอร์ชั่นแสดงสดครับ เป็นการแจมกันสองต่อสองระหว่างซานตาน่ากับมือคีย์บอร์ด เชสเตอร์ ทอมป์สัน

เวลานั้นเด็กวัยรุ่นคนหนึ่งได้ค้นพบดินแดนใหม่ของการแสดงตัวตนในการเล่นดนตรี และจากเวลานั้นเอง ผมเริ่มต้นค้นหาความรู้สึกที่จับต้องได้ในดนตรีผ่านสิ่งที่เรียกว่า สำเนียง และยิ่งนานวันมันก็ยิ่งทำให้ผมรับรู้ว่า สิ่งนี้เป็นสิ่งที่นักศิลปะดนตรีทุกยุคทุกสมัยต่างก็แสวงหาเพื่อให้ได้มันมา

มรดกทางกีตาร์ชิ้นแรกในชีวิตที่ผมเจอมันไม่ใช้ความเก่งล้ำหรือความแพรวพราวในลีลาการบรรเลง
แต่มันคือสิ่งสำคัญที่สุดที่เราสามารถแสดงให้ผู้คนรับรู้ว่า...ตัวตนที่แท้จริงของเราเป็นอย่างไร

 

___________

เรื่อง : Oat Street Funk Rollers

 

 

 

 
 
 Blastmag 2016. All right