+66 81 692 3961
info@blastmag.com


Album Review #4 October


 2016-11-22 00:05:28

    

Band : Big Business

Album: Command Your Weather
Label : Joyful Noise Records
RIYL : Melvins, Torche, Black Cobra

 

 

Big Business เป็นวงดนตรีจากซีแอทเทิล วอชิงตัน สหรัฐอเมริกา ประกอบไปด้วยสมาชิกสองคน คือ Jarred Warren เบส, คีย์บอร์ด, ร้องนำ Coady Willis กลอง ร้องประสาน ซึ่งทั้งสองคนนี้ยังเป็นสมาชิกของโคตรวงอย่าง Melvins อีกด้วย ซึ่งสองคนนี้ร่วมเป็นสมาชิกกับทางวงมาตั้งแต่ปี 2006 ดนตรีของ Big Business ถือว่าเป็นสลัดจ์เมทัล, สโตนเนอร์ร็อค Command Your Weather จัดเป็นอัลบั้มเต็มอัลบั้มที่ 5 ของวง อัลบั้มนี้โปรดิวซ์โดย Dave Curran มือเบสแห่งวงนอยซ์ร็อคในตำนานอย่าง Unsane ขึ้นมากับเพลงแรก Last Legs เป็นเสียงบรรเลงสั้นๆ Regulars เพลงสไตล์ลายเซ็นของวง แฟนเพลงเก่าๆคงเข้าใจ จังหวะกลางๆ ไลน์เบสกวนตีน Father’s Day เร่งจังหวะขึ้นมาหน่อย ดนตรีเมามันชวนโดด Blacker Holes ร้องวนไปวนมา เนื้อเลงมีอยู่สามบรรทัด ดนตรีหน่วงๆอัดอั้น Popular Demand เพลงนี้โคตรเมา ยาวประมาณ 7 นาที Own Throats ดนตรีย่ำๆ ถือว่าเป็นเพลงลายเซ็นของวงอีกเพลง Send Help เพลงนี้เมโลดี้มีกลิ่นของ Queens Of The Stoneage แต่ฟังไม่ง่ายเท่า เสียงดนตรีน้อยๆ Diagnostic Front ดนตรีหน่วงๆอีกเพลง เสียงกลองโฉ่งฉ่าง Horses เพลงปิดอัลบั้ม เสียงร้องหลอนๆ ดนตรีเนิบนาบ

                  Big Business อาจเป็นแค่วงดนตรีกวนตีนในสายตาบางคน ทำแต่ดนตรีโฉ่งฉ่าง แต่จริงๆแล้ว ฝีมือของนักดนตรีทั้งสองในวงนั้น จัดว่าไม่ธรรมดาเลยทีเดียว ยิ่งคนที่เคยได้ดูแสดงสดต่างพูดถึงความยอดเยี่ยมและฝีมือของวงมากๆ สำหรับแฟนเก่าๆของ Big Business อัลบั้ม Command Your Weather  อาจจะฟังไม่สดเท่าอัลบั้มก่อนๆ แต่การได้เห็นวงดนตรีที่ตัวเองชอบออกอัลบั้มใหม่ ก็ยังดีกว่าต้องนั่งฟังแต่ผลงานเก่าๆ อัลบั้มนี้ถือว่าเป็นงานระดับมาตรฐานของวง จัดว่าฟังได้เพลินๆ ไม่มีอะไรใหม่

 

 

Band : Cough

Album : Still They Pray
Label : Relapse Records
RIYL : Electric Wizard, Yob, Graves At Sea
ตอบสนองย่านความเสียว : 8

 

 

Cough เป็นวงดนตรีดูมเมทัล, สลัดจ์เมทัล จากริชมอนด์ เวอร์จิเนียร์ สหรัฐอเมริกา วงประกอบไปด้วยสมาชิก 4 คน คือ Joseph Arcaro กลอง, Brandon Marcey กีตาร์ David Cisco ร้อง, กีตาร์ และ Parker Chandler ร้องนำ, เบส ซึ่ง Parker ยังเล่นเบสให้กับวงดูมเมทัลร่วมเมืองที่มีนักร้องนำเป็นผู้หญิงอย่าง Windhand อีกด้วย Still They Pray จัดเป็นอัลบั้มเต็มอัลบั้มที่ 3 ของวง ซึ่งอัลบั้มนี้ยังได้ Jus Oborn จากวง Electric Wizard สุดเก๋าแห่งวงการดูมเมทัล มานั่งแท่นเป็นโปรดิวเซอร์อีกด้วย เปิดอัลบั้มมากับเพลง Haunter Of The Dark แค่อินโทรหนืดๆขึ้นมาก็ได้ใจชาวดูมเมทัลกันแล้ว เสียงโซโล่กีตาร์กลางเพลงบาดลึก เพลงนี้เหมาะกับการเป็นเพลงเปิดอัลบั้มจริงๆ Possession หน่วงกันตั้งแต่ขึ้นเพลง เสียงร้องแผดกร้าว เมโลดี้กีตาร์สวยงาม เพลงนี้โซโล่กีตาร์กันเมามัน แถมเพลงยังไม่ยอมจบง่ายๆ Dead Among The Roses เพลงนี้แฟนๆ Electric Wizard น่าจะชอบ เป็นเพลงจังหวะเนิบนาบ เห็นภาพตัวสลอธเยื้องย่าง เสียงกีตาร์ชวนเมา Masters Of Torture เสียงกีตาร์แปร่ง กลางเพลงมีเร่งจังหวะชวนโยก Let It Bleed อินโทรค่อนข้างผ่อนคลาย  ร้องเพราะๆ โซโล่กีตาร์หวานเจี๊ยบ Shadow Of The Torturer อินโทรขึ้นมาเป็นไซคีเดลิค เป็นเพลงบรรเลงเมาเกินบรรยาย The Wounding Hours มีเสียงออร์แกนชวนสยอง เสียงโซโล่กีตาร์ในเพลงนี้โดดเด่นมากๆ เสียงร้องปีศาจ Still They Pray เป็นเสียงกีตาร์โปร่งเล่นคู่ไปกับเสียงร้องเพราะๆ มีเสียงเอฟเฟคแทรก ชวนปวดกบาลเป็นระยะ สมเป็นเพลงปิดท้ายอัลบั้ม

Cough เป็นดูมเมทัลที่ทำเพลงค่อนข้างจะมืดหม่นและกดดันมากๆ อัลบั้ม Still They Pray นี้ ใช้เวลาห่างจากอัลบั้มเก่า Ritual Abuse ถึง 6 ปี ทำให้เพลงในอัลบั้มนี้ค่อนข้างจะเติบโตจากอัลบั้มเก่าอย่างเห็นได้ชัด ยิ่งได้คนเก๋าในวงการอย่าง Jus Oborn มาเป็นโปรดิวเซอร์ ทำให้ผลลัพธ์ที่ออกมาในอัลบั้มนี้ค่อนข้างจะดีมากๆ เป็นอัลบั้มที่ยกระดับของวงขึ้นมาอีกระดับนึง

 

 

Band : Astronoid

Album : Air
Label : Blood Music
RIYL : Alcest, Deafheaven, Devin Townsend

 

 

Astronoid เป็นวงดนตรีหน้าใหม่จากโกรฟแลนด์ แมสซาชูเซตส์ สหรัฐอเมริกา ประกอบไปด้วยสมาชิกทั้งหมด 5 คน ได้แก่ Matt St.Jean กลอง Daniel Schwartz เบน Casey Aylward กีตาร์ Mike Demellia กีตาร์ และ Brett Boland ร้องนำ, กีตาร์ ทั้งหมดอาจจะไม่ใช่หน้าใหม่เลยในวงการ เพราะเป็นสมาชิกของวงอย่าง Hetfield&Hetfield และ Vattnet Viskar ดนตรีของ Astronoid จัดอยู่ในประเภทโพสต์เมทัล ที่มีส่วนขผสมของโปรเกรสซีฟ, ชูเกซ, และโพสต์แบล็ค ซึ่งแนวเพลงทั้งหมดที่กล่าวมา Astronoid สามารถนำมาผสมได้ลงตัวอย่างกลมกล่อมเลยทีเดียว ซึ่งทางวงเองให้คำจำกัดความแนวเพลงของวงไว้เก๋ๆว่า Dream Thrash ซึ่งจะเป็นยังไงต้องลองไปฟังกันดู อัลบั้ม Air นี้ จัดเป็นอัลบั้มเต็มอัลบั้มแรกของวง ซึ่งทางวงเคยออกมาแล้ว 2 อีพี แต่ไม่ได้เป็นที่สนใจเท่าใดนัก แต่พออัลบั้มเต็มอย่าง Air ออกมานี่เรียกได้ว่าเป้นที่สนใจกันทั้งวงการเลยทีเดียว กับความสดใหม่ของเสียงดนตรี บวกกับฝีมือในการแต่งเพลงและเล่นดนตรีของสมาชิกในวง เรามาคุยกันถึงแต่ละเพลงในอัลบั้มเลยดีกว่า อัลบั้มนี้ประกอบไปด้วยเพลงทั้งหมด 9 เพลง เปิดอัลบั้มด้วย Incandescent อินโทรด้วยเสียงกีตาร์ลอยๆ แฟนโพสต์ร็อคคงอินกับเสียงแบบนี้ เพลงนี้ยืนโยกกันน้ำตาไหลเลย เสียงร้องคีย์สูงๆ เหมาะสมในทุกด้านกับการเป็นเพลงเปิดอัลบั้ม Up And Atom เพลงนี้วงโชว์ฝีมือกันเต็มที่ ท่อนฮุคนี่ติดหูมากๆ ร้องตามได้ภายในครั้งเดียว Resin อินโทรแบบนี้ขึ้นมาแฟน Deafheaven ยิ้มเลย แต่ Astronoid ไม่ได้ใช้เสียงร้องแบบนั้น จะร้องเป็นเสียงคลีนทั้งหมด เพลงนี้เป็นอีกเพลงที่ท่อนฮุคนี่ติดหูแบบไม่ปล่อยให้กระดิกเลย Violence มาแบบช้าๆเพราะๆ เป็นเพลงสั้นๆ Homesick อินโทรขึ้นมาซาวนด์ใหญ่อลังการ เพลงนี้มีกลิ่นของอีโม แฟนๆ Coheed&Cambria น่าจะชอบ Tin Foil Hats เพลงขึ้นมานี่ใส่กันยับเลย พอเสียงร้องขึ้นมาดนตรีก็ผ่อนลง เพลงนี้ฟังค่อนข้างจะผ่อนคลาย เมโลดี้กีตาร์สวยงามมากๆ Air ริฟกีตาร์ชวนโยก ดนตรีรายละเอียดเยอะ กลองนี่อย่างโชว์ โซโล่กีตาร์บาดลึก Obselete จังหวะยกๆ เป็นอีกเพลงที่ติดกลิ่นอีโม สำเนียงโซโล่กีตาร์นี่โคตรซีฟเลย Trail Of Sulfur กล่องใส่กันยับ เสียงร้องล่องลอย ท่อนฮุคติดหนึบหนับอีกเพลง ร้องตามได้สบายๆ เป็นเพลงปิดท้ายอัลบั้ม

                  อย่างที่กล่าวไปข้างต้นแล้วว่าดนตรีของ Astronoid เป็นการผสมดนตรีหลายๆแนว ซึ่งทางวงทำได้อย่างลงตัว กลายเป็นเสียงดนตรีเฉพาะของวง ดนตรีของ Astronoid จัดว่าเป้นด้านสว่างของดนตรีเมทัล ฟังง่ายๆ ท่อนฮุคติดหู เข้าถึงได้ไม่ยาก ฟังแล้วรู้สึกสุกสกาวในหัวใจ แต่ภายใต้สิ่งเหล่านั้น เสียงดนตรีของ Astronoid เต็มไปด้วยความซับซ้อน ฝีมือและชั้นเชิงในการแต่งเพลง ไม่แปลกใจเลยที่เมื่ออัลบั้มนี้ออกใหม่ๆ วงการดนตรีถึงให้ความสนใจกับอัลบั้มนี้มากๆ เหมาะสำหรับแฟนเพลงที่ชอบแนวโพสต์ร็อคแล้วอยากขยับขึ้นมาฟังโพสต์เมทัล ส่วนตัวแล้ว อัลบั้มนี้เหมาะกับการฟังขณะขับรถแล้วกุมมือแฟนไปด้วย Astronoid อัลบั้ม Air ถือเป็นเดบิวท์อัลบั้ม ที่น่าจะดีที่สุดในปีนี้

 

 

Band : Radiohead

Album : A Moon Shaped Pool
Label : XL Recordings
RIYL : Radiohead, Radiohead, Radiohead

 

 

คงไม่ต้องสาธยายอะไรมาก สำหรับหัวแถวของแนวดนตรีอัลเทอร์เนทีฟระดับโลกอย่าง Radiohead ซึ่งเดินทางมาถึงอัลบั้มเต็มชุดที่ 9 แล้ว Radiohead เป็นวงดนตรีจากเมืองอ็อกซ์ฟอร์ดไชร์ ประเทศอังกฤษ สมาชิกประกอบไปด้วย Philip Selway กลอง, ร้องประสาน Ed O’Brien กีตาร์, ร้องประสาน Colin Greenwood เบส, ซินธ์ Johnny Greenwood กีตาร์, คีย์บอร์ด, อิเล็คโทรนิค, และ Thom Yorke ร้องนำ, กีตาร์, คีบอร์ด, เปียโน โดยที่สมาชิกทั้งหมดอยู่ร่วมกันตั้งแต่สมัยก่อตั้งวงตั้งแต่ปี 1985 เรียกได้ว่าวงอยู่กันอย่างเหนียวแน่น ไม่เคยมีการเปลี่ยนสมาชิกเลย อัลบั้มเต็มอัลบั้มที่ 9 นี้ ชื่อว่า A Moon Shaped Pool โดยที่ยังใช้โปรดิวเซอร์เจ้าประจำอย่าง Nigel Godrich และปกอัลบั้มเป็นผลงานของ Stanley Donwood ที่ทำงานกับทางวงมาตั้งแต่ปี 1995 อัลบั้มนี้อัดเสียงกันในประเทศฝรั่งเศส โดยที่อัลบั้มนี้ยังร่วมงานกับวง London Contemporary Orchestra อีกด้วย หลายเพลงในอัลบั้มนี้เป็นเพลงที่แต่งเก็บไว้นานแล้ว เปิดอัลบั้มมากับซิงเกิ้ลแรก Burn The Witch อินโทรขึ้นมากับเสียงบรรเลงเครื่องสาย แค่ได้ยินเสียงร้องของ Thom ในท่อนฮุคก็คุ้มแล้ว Daydreaming ซิงเกิ้ลที่สองของอัลบั้ม เป็นเพลงที่ฟังแล้วผ่อนคลายมากๆ มิวสิควีดีโอก็สวย Decks Dark ดนตรีหม่นๆ ท้ายเพลงซับซ้อน Desert Island Disk อินโทรเป็นเสียงกีตาร์ เพราะมากๆ เครื่องดนตรีน้อยชิ้น Ful Stop ดนตรีหลอน ส่วนตัวแล้วชอบเพลงนี้มากๆ นี่คือ Radiohead ในแบบที่ชอบ Glass Eyes กลับมาผ่อนคลายกันอีก เสียงเครื่องสายบรรเลงโดดเด่น Indentikit เพลงเรื่อยๆ ไฮไลท์อยู่ที่เสียงกีตาร์ท้ายเพลง The Numbers อินโทรเป็นเสียงเปียโนเพราะๆ เครื่องสายอลังการมากเพลงนี้ Present Tense เพลงเพราะๆอีกเพลง มีเสียงวงประสานเสียงในเพลง Tinker Tailor Soldier Sailor Rich Man Poor Man Beggar Man Thief เพลงนี้เครื่องสายก็โดดเด่น ถือว่าใช้คุ้มมากๆ บรรยากาศล่องลอย True Love Waits เพลงปิดท้ายอัลบั้มที่โคตรจะเพราะ ทำเอาน้ำตาไหลได้ง่ายๆ

A Moon Shaped Pool นี้ ถือว่าเป็นอัลบั้มที่ฟังผ่อนคลายมากๆ แฝงไว้ด้วยความหม่นเล็กน้อย เป็นอัลบั้มของ Radiohead ที่ถือว่าไม่ล้ำ บางเพลงฟังย้อนยุคด้วยซ้ำไป อัลบั้มนี้น่าจะเป็นจุดผ่อนคลายของวง หลายๆคอนเสิร์ตจากทัวร์ในอัลบั้มนี้ ทางวงนำเพลงเก่าๆที่ไม่ค่อยได้เล่นกลับมาเล่นใหม่ ไม่เว้นแม้กระทั่งเพลงสุดดังอย่าง Creep ที่วงไม่ได้เล่นมานานแล้ว แถมอัลบั้มนี้ยังถือเป็นครั้งที่ 5 ของวง ที่อัลบั้มได้เข้าชิงรางวัลอย่าง Mercury Prize บวกกับนักวิจารณ์หลายสำนักก็ชื่นชมถึงความยอดเยี่ยมของอัลบั้มนี้ ในระยะยาวอัลบั้มนี้น่าจะเป็นหนึ่งอัลบั้มที่หยิบมาฟังได้บ่อยๆของ Radiohead อย่างแน่นอน

 

 

 

 

 

 
 
 Blastmag 2016. All right